ต้นแปะก๊วย ความสวยงามของไม้ประดับ…!!!

ต้นแปะก๊วย จัดเป็นสกุลพืชที่มีอายุมากที่สุดของพืชมีเมล็ดทั้งหมด คือประมาณ 150 ปี คนมักจะเข้าใจว่าเป็นพืชดอก(แต่แท้จริงเป็นพืชไม่มีดอกคือ จิมโนสเปิร์ม เหมือนปรง สน เพราะ เปลือกหุ้มเมล็ดที่อวบอ่อนนุ่มทำให้คิดว่าเป็นผล ตามประวัติศาสตร์ แป็ะก้วยเจริญที่ภาคกลางของจีนเท่านั้น ต่อมาภายหลังปลูกเป็นไม้ประดับในทวีปอเมริกา ยุโรป และส่วนอื่นของเอเชีย เนื่องจากแป็ะก้วยสามารถทนต่อมลพิษหลายชนิด จึงนำมาปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาสองข้างถนน และปลูกในบริเวณเขตอุตสาหกรรม เช่นที่ปักกิ่งและลอสแองเจลลิส ประเทศไทยเริ่มนำ ต้นแปะก๊วย เข้ามาปลูกเพราะคุณสมบัติทางสมุนไพร

ต้นแปะก๊วย
ต้นแปะก๊วย

ต้นแปะก๊วย เป็นไม้ผลัดใบขนาดใหญ่มีเนื้อไม้ รูปร่างของใบคล้ายพัด แยกต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย พบ microsporangium เรียงตัวเป็นคู่ ๆ บน cone ของตัวผู้ ส่วนต้นตัวเมียจะพบ ovule เป็นคู่ ๆ ที่ปลายกิ่ง สั้น ๆ หลังการปฏิสนธิ ovule พัฒนาไปเป็นเมล็ดที่มีเปลือกหุ้มเมล็ออ่อนนิ่ม คนไม่นิยมปลูกต้นตัวเมียเพราะกรด butyric ที่สะสมอยู่ที่เปลือกหุ้มเมล็ดส่งกลิ่นเหม็นเน่า ๆ

สเปิร์มของ ต้นแปะก๊วย มีแส้เช่นเดียวกับปรง แต่ไม่ได้ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการปฏิสนธิ เพราะสเปิร์มเข้าสู่ egg ทาง pollen tube ลักษณะของ ต้นแปะก๊วย ที่พบในปัจจุบันยังเหมือนบรรพบุรุษเมื่อ 150 ล้านปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า พวก ต้นแปะก๊วย มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมน้อยมาก

ประโยชน์ ปัจจุบันมีการนำใบมาสกัดเป็นยาป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เมล็ดจะมีเนื้อสีเหลือง ๆ ใช้รับประทานเป็นอาหารหวาน โดยนำเมล็ดแห้งซึ่งมีเปลือกแข็งมากมากระเทาะเปลือกออก นำมาแช่น้ำแล้วต้มน้ำตาล หรือประกออาหารหวานแบบต่าง ๆ

วันนี่เราจะมาบอกพิกัด 4 จุดชม ต้นแปะก๊วยในญี่ปุ่น สุดโรแมนติกมาแนะนำกัน

  1. ชมต้นแปะก๊วยที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว : มหาวิทยาลัยแห่งต้นแปะก๊วย สถานที่แรกที่ไม่แนะนำไม่ได้ก็คือจุดชมต้นแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นในชื่อ Todai (โทได) มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปใบแปะก๊วย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นต้นแปะก๊วยขึ้นเรียงรายอยู่เต็มบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากจนมีกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครอยู่บ่อย ๆ ทั้งยังเป็นฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในหนังสือการ์ตูนอีกด้วย ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นก็คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่างแน่นอน
  2. ชมต้นแปะก๊วยที่ Ibaraki Prefectural Culture Center ประมาณ 12 นาที เดินจากปะตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ ที่นี่คือจุดพักผ่อนของชาวเมืองมิโตะ ตามทางเซนบะโกะ (ทะเลสาบเซนบะ) มีต้นเปะก๊วยเรียงรายกันอย่างสวยงาม เชิญเพลิดเพลินไปกับฤดูต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสี ณ มิโตะ โดยการถ่ายรูปกับต้นแปะก๊วย ช่วงที่เหมาะแก่การชม ต้นเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน การเดินทาง เลี้ยวขวาตรงสัญญาณไฟจราจรที่ 2 ของทางแยกใหญ่จากประตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ (ตรงกันข้ามกับ President Hotel Mito) ซึ่งถ้าเดินตรงไปจะเจอกับต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงกัน
  3. ชมต้นแปะก๊วยที่ Showa Kinen Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโช และยังถือเป็นจุดชมต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวย เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวน
  4. ชมต้นแปะก๊วยที่ สวนโยโยกิ Yoyogi Park คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนมากมาย ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่นรวมตลาดนัดเปิดท้ายขาย ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงซากุระบาน และช่วงที่ต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสี
  5. ชมต้นแปะก๊วยที่ สวนสาธารณะเมจิจิงงู ไกเอ็น Meiji Jingu Gaien Park ถนนสายต้นแปะก๊วย เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างพากันมาชื่นชมความสวยงามของต้นแปะก๊วยที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อถึงฤดูหนาว เส้นทางแห่งความงามของถนนสายต้นแปะก๊วยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Icchome Station เรื่อยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของถนน ตลอดสองข้างทางถูกย้อมสีจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปทั่ว เป็นอุโมงค์ต้นแปะก๊วยสุดโรแมนติกให้เราได้เดินลอดผ่าน ช่วงเดือนธันวาคมถนนจะเหลืองอร่ามทั้งสาย