หมูนุ่มชวนชิม กับราเมน เมนูสุดแสนอร่อย …!!!

วันนี้หมูนุ่มชวนชิมจะพามาชิมราเมน ของแต่ละเมืองต่างๆของญี่ปุ่นกัน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับราเมนกันก่อนว่ามันคืออะไร ถ้าอยากรู้แล้วก็มาชมกันเลยครับ

ราเมน” อาหารที่คนหลายๆ คนนึกถึง และมุ่งมั่นที่จะได้ลองลิ้มชิมรส อาหารที่ไม่เคยมีคำว่าหยุดอยู่กับที่ อาหารที่สามารถทำให้เราตื่นเต้นได้เสมอ อาหารที่ให้ความรู้สึกหลงไหลตั้งแต่ได้มอง ทำให้สงสัยเมื่อได้ชิม ทำให้เกิดความสุขเมื่อกินจนหมดชาม และทำให้เกิดการพูดกันปากต่อปากจนต้องมีคนไปกินต่อๆ กันไป

ราเมนได้เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะในลักษณะของอาหารจีนชนิดหนึ่ง และหลังสงครามโลกครั้งที่สองมันก็ได้วิวัฒนาการจนกลายเป็นวัฒนธรรมอาหารที่แพร่หลาย และเป็นอาหารที่สามารถบ่งบอกถึงยุคสมัยของชนชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของราเมนสามารถสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของคนในแต่ละยุคได้เป็นอย่างดีทีเดียว

เกริ่นมาซักพัก ก็ขอสวัสดีพี่ๆ น้องๆ ครับ ในหัวข้อนี้ หมูนุ่มชวนชิมก็จะมาพูดถึงอาหารญี่ปุ่นที่พูดเฉียดไปเฉี่ยวมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยพูดถึงมันอย่างเป็นหลักเป็นฐานซักกะที นั่นก็คือ ราเมน นั่นเอง หากพูดถึงราเมนนั้น ดินแดนเมกกะแห่งอาหารชนิดนี้ ก็หลีกนี้ไม่พ้น โตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ให้กำเนิดวัฒนธรรมของอาหารชนิดนี้ครับ

หากจะแบ่งยุคสมัยของราเมนในโตเกียว ก็คงจะแบ่งได้คร่าวๆ เป็นทั้งหมด 3 ยุคด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ยุคหลังสงคราม ปี 1950 – 1990 ยุคแรกที่ราเมนเริ่มกลายเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นกินกันทั่วไป และมีร้านราเมนในตำนานทีถือเป็นเสาหลักและรากเหง้าของราเมนในยุคสืบต่อมา ได้แก่ร้านไทโชเค็น ร้านราเมนจิโร่ เป็นต้น

และยุคต่อมา คือยุคแห่งการพัฒนาราเมน คือตั้งแต่ปี 1990 – 2010 ก็เป็นยุค ที่นักทำราเมนเริ่มมีการถูกพัฒนาให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จากการใช้วัตถุดิบที่ดีขึ้น หรือปรับเปลี่ยนเพื่อความขอบของคนเมืองที่เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น มีเงินที่สามารถจะใช้จ่ายในการกินอาหารดีๆ ได้มากกว่าถ้าเทียบกับในยุคแรก แต่ถึงยังไงราเมนก็ยังถือว่าเป็นอาหารมหาชนที่ยังต้องถูกจำกัดอยู่ที่ราคาอยู่ และในยุคนี้ก็มีนักทำราเมนอยู่คนหนึ่ง คือ คุณ ซะโนะ มิโนะรุ ที่มีแนวคิดแหวกแนวที่ต้องการทำราเมนให้ออกมาดีที่สุดโดยไม่คำนึงถึงราคา และความสุดยอดของวัตถุดิบที่ต้องใช้ ซึ่งแนวคิดนี้มันใหม่เกินไปและยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าไหร่ และขัดกับความเป็นจริงของสภาพสังคมในตอนนั้น แต่ว่าด้วยแนวคิดนี้แหละ ก็เป็นต้นแบบให้กับคนทำราเมนในยุคต่อมา

มาถึงยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา เป็นยุคทองของคนทำราเมน ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของประเทศ ทำให้คนมีกำลังจ่ายมาก และเริ่มแสวงหาอาหารที่ตอบสนองความต้องการ โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคา คนเริ่มมองราเมนว่าไม่ได้เป็นแค่อาหารมหาชนราคาถูก แต่ราเมนยังสามารถเป็นอาหารเลิศหรู และเป็นอาหารที่สามารถใช้ศักยภาพของคนทำได้อย่างเต็มที่ ทำให้กรอบแนวคิดการทำอาหารก็เริ่มกว้างขึ้น ซึ่งโอกาสอะไรก็เปิดมากมายให้กับพ่อครัวราเมน และสามารถนำวิธีการทำอาหารที่มีอยู่ในโลกนี้มาใช้ในการพัฒนาราเมนได้ด้วย ทำให้เกิดคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาเรียกว่า ราเมนยุคนิวเวฟ หรือคลื่นลูกใหม่ นั่นเอง

จากนี้หมูนุ่มชวนชิม ก็จะขอพูดถึงโตเกียวราเมนขึ้นมารีวิวให้ดู โดยจะรีวิวทั้งหมด 15 ร้าน โดยจะเลือกเฉพาะร้านที่ไม่เคยพูดในภาคอื่นๆ และจะไม่พูดถึงราเมนในยุคแรกละ เพราะไม่งั้นมันจะเยอะเกินไป แต่จะพูดตั้งแต่ตามยุคสมัยที่ 2 ถึงยุคนิวเวฟครับ และไล่ตามพื้นที่ในเขตใจกลางเมืองโตเกียวครับ ซึ่งสอดแทรกความรู้ และความรู้สึกอยากอาหารควบคู่กันไปครับ

วันนี้หมูนุ่มชวนชิม ได้รวบรวม 4 อันดับร้านราเมน ที่รสเด็ดและดีที่สุดมาเสนอกัน ถ้าหิวแล้วก็ไปลุยกันเลย

  1. ร้านราเมน Chuka Soba Itou เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Niku Soba (750 เยน) หน้าตาธรรมดาแต่อร่อยด้วยน้ำซุปที่หอมกลิ่นปลาแห้ง 5 ชนิดและสาหร่ายทะเล ท้อปปิ้งสุดคลาสสิคด้วยต้นหอมและหมูอบที่กรอบนอกนุ่มในคล้ายหมูกรอบบ้านเรา
  2. ร้านราเมน Koujitsu เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Nitamago Ramen (800 เยน) ซุปราเมนกระดูกไก่และปลาแห้งที่รสชาติดีไร้ที่ติ จนอยากยกซดให้หมดถ้วย เส้นเหนียวอร่อยได้สัมผัสไม่เหมือนที่ไหนเข้ากันได้ดีกับซุป
  3. ร้านราเมน Soranoiro เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Tokusei Chuka Soba (990 เยน) ราเมนสีสันสดใสไม่เหมือนใคร น้ำซุปที่ได้จากไก่และซีฟู้ดทำให้ราเมนถ้วยรสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
  4. ร้านราเมน Due Italian เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Fromage Ramen (980 เยน) ราเมนซุปสีทอง ท้อปปิ้งตรงกลางด้วย Gorgonzola Cream Cheese ที่จะเยิ้มละลายอยู่ภายในถ้วยราเมน นี่คือ เมนูราเมนที่ผสมผสานรสชาติแบบญี่ปุ่นและอิตาเลียนไว้ได้อย่างลงตัว

จากที่หมูนุ่มชวนชิม เขียนมาทั้งหมด ยุคสมัยของราเมนนั้นได้มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยมีพื้นฐานจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เมื่อความต้องการเปลี่ยน ตัวอาหารก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และราเมนในยุคปัจจุบันนี้ ก็ได้ทลายข้อจำกัดหลายๆ อย่างของราเมนดั้งเดิมลงไป ทั้งด้าน กรรมวิธีในการทำ หน้าตาการตกแต่ง รสชาติที่ไม่ยึดกับอดีต และราคาที่ปรับตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดนั้น จะมองว่าเป็นการทำลายเสน่ห์ของราเมนดั้งเดิม หรือมองว่าเป็นการเกิดใหม่ของวัฒนธรรม ก็สุดแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน หมูนุ่มชวนชิม ก็ขอจบหัวข้อโตเกียวราเมน ที่อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของอาหารที่น่าหลงไหล ไว้ ณ ที่นี้ครับ และก็ฝากหมูนุ่มชวนชิมด้วยไว้ในใจด้วยนะครับ ครั้งหมูนุ่มชวนชิมจะพาไปชิมอะไรอีกก็คอยติดตามได้เลยจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *