มาทำความรู้จักกับรถไฟชิงคันเซ็น (ชิงกันเซ็ง)

ชีวิตนี้ต้องขึ้น รถไฟชินคันเซ็น ให้ได้สักครั้ง  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าถ้าได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นจะต้องได้ไปขึ้นนรถไฟชินคันเซ็นให้ได้สักครั้งล่ะก็ เชิญทางนี้ เพราะเราจะพาไปดูกันว่าชินคันเซ็นสามารถพาเราไปไหนได้บ้างในญี่ปุ่น และการเดินทางไปยังจุดหมายในแต่ละเมืองนั้นใช้เวลาเท่าไร และต้องจ่ายเงินเท่าใด

รถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) หรือที่มีสมญานามว่า “รถไฟหัวกระสุน” นั้น คือ ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ดำเนินการภายใต้บริษัทในเครือของ JR Railway เป็นขบวนรถไฟความเร็วสูงชั้นนำของโลกที่เชื่อมการเดินทางระหว่างเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน และมีเครือข่ายรางรถไฟระยะทางไกลครอบคลุมพื้นที่หลายส่วนในประเทศญี่ปุ่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางไกลระหว่างเมือง จังหวัด และภูมิภาคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ซึ่งนอกจากเรื่องความเร็วที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกแล้ว ชินคันเซ็นยังขึ้นชื่อในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เพราะตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมายังไม่เคยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟตกรางหรือชนกันมาก่อน ทั้งยังถึงจุดหมายตรงเวลาแบบสุด ๆ แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางอย่างอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ค่าเฉลี่ยของความล่าช้านั้นไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำไป

ปัจจุบันรถไฟชินคันเซ็นเปิดให้บริการหลายเส้นทาง และมีอยู่หลายขบวนแตกต่างกันตามแต่ JR ของแต่ละภูมิภาค ทำให้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชินคันเซ็นที่เมื่อเราไปเที่ยวที่ใดก็จะได้นั่งขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเส้นทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคนั้น ชินคันเซ็นก็เข้าถึงเเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินทางข้ามเมืองกันได้อย่างสนุกสนาน

นอกจากความรวดเร็วและความปลอดภัยที่ชินคันเซ็นจะนำพาเราไปสู่จุดหมายแล้ว ความประทับใจขณะโดยสารก็เป็นสิ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญ เพราะ รถไฟชินคันเซ็น ทุกขบวนมีการออกแบบที่สวยงามและใส่ใจในทุกรายละเอียด มีความสวยที่แตกต่างกันไปตามเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคที่ต้องการนำเสนอรวมทั้งมื้ออาหารสุดพิเศษที่เรียกว่า “Ekiben” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อใช้บริการชินคันเซ็น ขอแนะนำให้ซื้อเอกิเบ็นชื่อดังจากสถานีต้นทางเพราะจะมีการนำเอาของดีของเด็ดประจำเมืองมาปรุงเป็นเอกิเบ็นสุดอร่อยให้นักท่องเที่ยวได้กินระหว่างเดินทาง ดื่มด่ำทั้งบรรยากาศภายในรถไฟ ทัศนียภาพภายนอก และอาหารเลิศรสแบบนี้คงต้องหาโอกาสขึ้นชินคันเซ็นให้ครบทุกเส้นทางซะแล้ว

ข้อเสียอย่างหนึ่งของชิงกันเซ็งคือ ยิ่งเพิ่มความเร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้มีมลพิษทางเสียงมากขึ้นและแก้ไขได้ยากขึ้นอีกด้วย การศึกษาวิจัยในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นในเรื่องการลดเสียงดังที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสียงที่เกิดขึ้นในอุโมงค์ หรือ tunnel boom อันเกิดจากการที่รถไฟวิ่งออกจากอุโมงค์ด้วยความเร็วสูง

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออกได้ประกาศว่ารถไฟขบวนใหม่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะนำมาใช้ในการเปิดตัวโทโฮกุชิงกันเซ็ง ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากฮะชิโนะเฮะไปยังอาโอโมริในช่วงต้นปี 2011 แต่จากการทดลองวิ่งรถไฟ Fastech 360 พบว่า ที่ความเร็ว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นยังมีปัญหาอยู่ที่มลพิษทางเสียง สายส่งเหนือรถไฟ และระยะหยุดรถ ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดของการเทคโนโลยีชิงกันเซ็งในปัจจุบันก็ว่าได้ ในที่สุด ก็มีการนำเอาเทคโนโลยีรถไฟพลังแม่เหล็กหรือเทคโนโลยีอื่นมาทดแทน หากสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากอุตสึโนะมิยะไปยังอาโอโมริแล้วก็จะทำให้สามารถเดินทางจากโตเกียวไปยังอาโอโมริได้โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น (ระยะทางประมาณ 675 กิโลเมตรหรือ 419 ไมล์)

นอกจากนั้น ผู้บริหารของการรถไฟแห่งญี่ปุ่นสายกลางก็ได้ประกาศแผนการที่จะสร้างรถไฟพลังแม่เหล็ก ชูโอะ ชิงกันเซ็ง ให้สามารถเดินทางจากโตเกียวไปยังนาโกย่าภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงให้ได้ (ระยะทางประมาณ 366 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ภายในปี 2027

ยังมีอีกหลายเส้นทางชิงกันเซ็งที่มีกำหนดว่าจะสร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ที่ชิงกันเซ็งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เส้นทางเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า เซะอิบิ ชิงกันเซ็ง หรือ “ชิงกันเซ็งที่วางโครงการไว้แล้ว” (planned Shinkansen) หนึ่งในเส้นทางเหล่านี้คือ นะริตะ ชิงกันเซ็ง ที่จะเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาตินะริตะ แต่ก็มีการยกเลิกไป ถึงกระนั้นก็ยังมีบ้างส่วนที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ได้แก่

โฮะกุริกุ ชิงกันเซ็ง ต่อขยายไปยังสึรุงะ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเปิดใช้บริการในปี 2025

คีวชู ชิงกันเซ็ง สายที่ 2 เชื่อมต่อจากชินโทะสุไปยังนะงะซะกิ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ฮกไกโด ชิงกันเซ็ง เชื่อมต่อจากฮาโกดาเตะไปยังซัปโปะโระ กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเปิดใช้บริการในปี 2030

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *