การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ราคาประหยัด

การเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ส่วนมากคนญี่ปุ่นจะขึ้นรถที่ จุดเรียกแท็กซี่ซึ่งจะมีอยู่ตามหน้าสถานีรถไฟ หน้าโรงแรม อาคารใหญ่ๆ คนขับแท็กซี่ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่พูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น แต่บริษัทแท็กซี่บางแห่งก็มีคนขับรถที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศเช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนได้เช่นกัน ซึ่งก็คงจะช่วยอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวได้มาก เพราะจะได้ช่วยอธิบายข้อมูลและให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ได้ เมื่อต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงรถไฟและรถบัสก่อนเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วถ้าเรารู้จักวิธีการใช้บริการแท็กซี่ที่ถูกต้องก็จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากทีเดียว ที่ญี่ปุ่นเอง การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ในบางสถานที่ก็สามารถใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อเรียกรถแท็กซี่ได้เช่นกัน ซึ่งผู้โดยสารก็จะเบาใจได้เพราะสามารถรู้จำนวนค่าโดยสารคร่าวๆ ล่วงหน้าได้ ในครั้งนี้จึงจะขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกัน ปกติผมไม่ค่อยขึ้นแท็กซี่หรอกครับ ตลอดช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นก็ขึ้นแท็กซี่เพียงสองครั้งเท่านั้น เพราะการเดินทางในโตเกียวด้วยรถไฟนั้นแสนสะดวกกว่ามาก  ค่าแท็กซี่ที่นี่แพงกว่าเมืองไทยแน่ๆ ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าบริการ คิดแล้วก็อดสงสารคนขับรถแท็กซี่ที่ต้องหาคนพอสมควร หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ในบางครั้งหากคุณต้องการเดินทางในระยะทางสั้นๆประมาณ 2-4 กิโลเมตร การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น การเรียกแท็กซี่ในญี่ปุ่นแต่ละครั้งนั้นจะต้องสังเกตที่ไฟมุมล่างขวาที่ด้านหน้ากระจกรถสว่างอยู่ จะมีสองสีและเป็นตัวอักษรญี่ปุ่นอยู่ แท็กซี่มิเตอร์ในญี่ปุ่น บางทีก็จอดเสียไกล จะเรียกสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่สถานี ขนาดเรียกตรงสี่แยกแท็กซี่ก็จอดครับ ขวางทางรถเลี้ยวก็ไม่สน เห็นแล้วอึ้งเพราะไม่คิดว่าจะมีที่ญี่ปุ่นด้วย เมืองใหญ่อย่างโตเกียวก็อย่างนี้แหละ ขนาดตอนที่ไปอยู่ต่างจังหวัด คนจะข้ามเขาก็จะชะลอรถให้ข้ามไปก่อน แต่สำหรับโตเกียวอย่าหวังครับ ยิ่งพวกรถบรรทุก มันจะไม่ค่อยสนคนเดิน จะมีไฟทรงสี่เหลี่ยมหรือบางครั้งเป็นทรงกลมติดอยู่บนหลังคารถ และมีจุดรอรถอยู่ตามหน้าสนามบิน

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น สถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือหน้าอาคารใหญ่ๆ  เป็นต้น บางทีเห็นไฟแดงๆ นึกว่ารถว่าง มองเข้าไปก็ไม่มีใครโดยสาร แต่จริงๆ แล้วรถอาจจะกำลังไปส่งรถที่บริษัท หรือไปรับคน อาจจะเรียกเก้อได้ ฉะนั้นเวลากลางคืน ควรจะสังเกตไฟบนหัวรถแท็กซี่เป็นหลัก  ไฟนี้จะสว่างก็ต่อเมื่อเป็นรถรอรับผู้โดยสารเท่านั้น นอกจากนี้ในตัวเมืองเช่นโตเกียวหรือเกียวโต ก็มักจะมีแท็กซี่ว่างวิ่งอยู่ตามท้องถนนให้เราเรียกได้โดยง่าย โดยเดินทางพร้อมกัน 2-4 คน และหากคุณไม่อยากที่จะเดินและไม่ต้องการที่จะรอขึ้นรถบัส หรือถ้าหากคุณเที่ยวเพลินจนตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้วละก็ตัวเลือกที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวก เป็นโทรทัศน์ติดตั้งในรถ  การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น โดยปกติจะฉายแผนที่เส้นทางถนน เพียงเราบอกจุดหมายปลายทาง คนขับจะคีย์ข้อมูลใส่เข้าไป เครื่องก็จะคำนวณเส้นทางที่ใกล้ที่สุดให้ แล้วยังคำนวณเวลาคร่าวๆ ที่ใช้ตลอดเส้นทางให้ทราบล่วงหน้าว่าจะถึงเมื่อไหร่ ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะเหมือนกับของเมืองไทย คือคิดตามราคาเครื่องมิเตอร์ สัญลักษณ์ที่แสดงว่าแท็กซี่พร้อมให้บริการ เช่นเดียวกับแท็กซี่ในเมืองไทย เราจะสามารถสังเกตุจากไฟที่ติดอยู่ด้านรถได้ เครื่องแนะนำเส้นทางเป็นสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้ในรถยนต์ปัจจุบันไม่เฉพาะแค่รถแท็กซี่  เพราะมีบริการตรวจสอบเส้นทางด้วย และจะคอยรายงานเป็นระยะๆ ว่าเส้นทางที่ไปรถติดหรือไม่ การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น เช่น บางทีรถอาจจะรายงานว่า อีกสามกิโลจะถึงจุดที่รถติดเผื่อสำหรับจะเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน ว่าแท็กซี่คันนั้นๆ พร้อมให้บริการหรือไม่ นอกจากนี้ ราคาค่าโดยสารจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยรวมๆ แล้วมิเตอร์เริ่มต้นด้วย ประหยัดเวลา และประหยัดแรงคือการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ แต่บางทีคนขับก็จะบอกก่อนขึ้นว่า ตอนนี้ถ้าจะขึ้นจะชาร์จเท่าไหร่  ฟังคนขับอธิบายเป็นวิทยาทานแล้ว ก็ต้องร้องว่า “มิน่าล่ะ” ขึ้นมา เพราะไอ้ครั้งแรกที่ผมขึ้นแท็กซี่ก็คือ ตอนที่มัวแต่เที่ยวเพลินจนดึก ตอนนั้นอาศัยอยู่หอพักนักเรียนต่างชาติอยู่ที่โอไดบะ เกาะที่ถมจากกองขยะนี่แหละ

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ทีนี้หนทางที่จะข้ามไปเกาะนั้นก็มีไม่มาก ไม่ข้ามสะพานก็ต้องข้ามอุโมงค์ใต้ทะเล  ผมเลยเรียกรถแท็กซี่ที่คอสะพานให้ข้ามไปส่งที่โอไดบะซึ่งอยู่อีกฟากสะพาน ข้อควรระวังในการขึ้นแท็กซี่ คือ ในการขึ้นและลงจากรถแท็กซี่คุณไม่ต้องเปิดปิดประตูรถด้วยตนเอง หลังจากขึ้นนั่งบนรถแล้ว ให้บอกสถานที่ปลายทางที่ต้องการจะไป คนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่มักพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น จึงขอแนะนำให้ยื่นแผนที่ หรือจดชื่อสถานที่ๆ จะไปใส่กระดาษเตรียมไว้ล่วงหน้า สำหรับแท็กซี่ที่วิ่งในเมืองใหญ่ๆ เพราะไม่รู้ทางขึ้นสะพานเป็นลุงแก่ๆ ก็เอา ยอมขึ้นไป ลุ้นแบบหืดขึ้นคอทุกระยะที่มันวิ่งเลยครับ เพราะว่าไอ้สะพานเส้นนี้ไม่ธรรมดา มันจะต้องมีวนเป็นวงกลมก่อนเพื่อไต่ระดับความสูงให้เท่ากับสะพานซึ่งสูงมาก การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น กว่าจะข้ามสะพานเสร็จค่ารถก็ปาเข้าไปสามพันเยนแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเจอชาร์จนี่เอง ผมเลยต้องบอกแท็กซี่หยุดรถที่คอสะพานอีกด้านด่วน ไม่ต้องวิ่งต่อแล้ว จะมีระบบนำทางติดตั้งอยู่ จึงบอกแค่ที่อยู่ก็ไปได้ถูกต้อง เพราะประตูรถแท๊กซี่ที่ญี่ปุ่นเปิดปิดเองได้ด้วยระบบอัตโนมัติโดยการควบคุมของคนขับรถ การใช้บริการรถแท็กซี่จะทำให้เราเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในประเทศญี่ปุ่นสนุกและผ่อนคลายมากขึ้นไม่ต้องกังวลกับตารางรถโดยสารประจำทาง แท็กซี่ในญี่ปุ่นเป็นระบบมิเตอร์ ซึ่งจะคำนวณอัตราค่าโดยสารตามระยะทางและเวลาที่ใช้บริการ หากเป็นช่วงหลังสี่ทุ่มเป็นต้นไปถึงตีห้า จะต้องชำระค่าใช้บริการตอนกลางคืนเพิ่ม การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะชำระด้วยบัตรเครดิตได้ ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วมากันสักสี่คน ขึ้นแท็กซี่ก็ไม่แพงครับเพราะหารๆ กันแล้วก็ไม่แตกต่างจากรถบัสหรือรถไฟแต่อาจจะต้องทนรถติดสักหน่อย ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่สัมภาระมาก หรือคนที่จะไปที่ที่รถปกติไปไม่ถึง เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรงดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น  แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ และไม่จำเป็นต้องให้ทิป

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น คนขับรถแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายจะสวมสูทดูเรียบร้อยพร้อมกับสวมถุงมือสีขาวและพร้อมที่จะบริการและปฎิบัติต่อผู้โดยสารอย่างสุขภาพยิ่ง เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปี ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ แนะนำว่าให้ขอใบเสร็จเมื่อถึงที่หมาย เพื่อจะได้สามารถติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ในใบเสร็จได้ในกรณีที่ลืมของไว้บนรถ แต่ความสะดวกที่ให้นั้นแน่นนอนว่าอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเดินทางในรูปแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น หากเดินทางกันเป็นกลุ่มเล็กไปยังจุดท่องเที่ยวใกล้ๆ การเลือกโดยสารรถแท็กซี่แทนรถบัสหรือรถไฟอาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยในการประหยัดแรงและเวลา ผู้เขียนเชื่อว่าไม่ว่าใครที่เพิ่งเคยใช้บริการแท็กซี่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกจะต้องตกใจในมาตรฐานระดับสูงของแท็กซี่ที่นี่กันบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถแสนสุภาพที่มาพร้อมกับถุงมือสีขาว สภาพภายในตัวรถอันสะอาดเอี่ยม และประตูอัตโนมัติ แถมยังมีระบบราคาเป็นมาตรฐานชัดเจนด้วย จึงรับรองว่าไม่มีการโก่งราคาให้ได้เสียอารมณ์อย่างแน่นอน รถแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ในกรณีที่เป็นรถยนต์โดยสารแบบ Sedan จะรับผู้โดยสารได้มากสุด 4 คน (ที่นั่งข้างคนขับ 1 คน และที่เบาะหลัง 3 คน) การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น โดยนับเด็กเท่ากับผู้โดยสารผู้ใหญ่ 1 คนด้วยเช่นกัน โดยราคาจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่ารถโดยสารสาธารณะชนิดอื่นๆ พอสมควร แต่ก็บอกเลยว่าสะดวกมากๆ ในยามเร่งรีบหรือในยามที่ต้องขนสัมภาระเยอะๆ จากสถานีรถไฟไปยังโรงแรม ทำให้เดินทางลำบาก ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยที่ไม่มีการจำกัดจำนวนผู้โดยสาร จะเป็นกี่คนก็ได้หากยังเข้าไปนั่งได้อยู่ จึงควรระวังในจุดนี้ ในกรณีที่เรียกให้แท็กซี่มารับยังที่ๆ ตนอยู่ เช่น โรงแรม เป็นต้น จะต้องชำระค่าบริการในการเรียกแท็กซี่เพิ่มด้วย แท็กซี่จะจอดรับผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าโรงแรมและรอบสถานีรถไฟ หรือว่าจะใช้วิธียกมือสูงๆ เรียกแท็กซี่ข้างทางเอาก็ได้เหมือนกัน ซึ่งบริษัทแท็กซี่แต่ละแห่งจะมีอัตราค่าบริการในการเรียกไม่เท่ากัน จึงควรสอบถามล่วงหน้าให้เรียบร้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *