การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ราคาประหยัด

การเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ส่วนมากคนญี่ปุ่นจะขึ้นรถที่ จุดเรียกแท็กซี่ซึ่งจะมีอยู่ตามหน้าสถานีรถไฟ หน้าโรงแรม อาคารใหญ่ๆ คนขับแท็กซี่ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่พูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น แต่บริษัทแท็กซี่บางแห่งก็มีคนขับรถที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศเช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนได้เช่นกัน ซึ่งก็คงจะช่วยอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวได้มาก เพราะจะได้ช่วยอธิบายข้อมูลและให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ได้ เมื่อต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงรถไฟและรถบัสก่อนเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วถ้าเรารู้จักวิธีการใช้บริการแท็กซี่ที่ถูกต้องก็จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากทีเดียว ที่ญี่ปุ่นเอง การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ในบางสถานที่ก็สามารถใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อเรียกรถแท็กซี่ได้เช่นกัน ซึ่งผู้โดยสารก็จะเบาใจได้เพราะสามารถรู้จำนวนค่าโดยสารคร่าวๆ ล่วงหน้าได้ ในครั้งนี้จึงจะขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกัน ปกติผมไม่ค่อยขึ้นแท็กซี่หรอกครับ ตลอดช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นก็ขึ้นแท็กซี่เพียงสองครั้งเท่านั้น เพราะการเดินทางในโตเกียวด้วยรถไฟนั้นแสนสะดวกกว่ามาก  ค่าแท็กซี่ที่นี่แพงกว่าเมืองไทยแน่ๆ ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าบริการ คิดแล้วก็อดสงสารคนขับรถแท็กซี่ที่ต้องหาคนพอสมควร หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ในบางครั้งหากคุณต้องการเดินทางในระยะทางสั้นๆประมาณ 2-4 กิโลเมตร การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น การเรียกแท็กซี่ในญี่ปุ่นแต่ละครั้งนั้นจะต้องสังเกตที่ไฟมุมล่างขวาที่ด้านหน้ากระจกรถสว่างอยู่ จะมีสองสีและเป็นตัวอักษรญี่ปุ่นอยู่ แท็กซี่มิเตอร์ในญี่ปุ่น บางทีก็จอดเสียไกล จะเรียกสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่สถานี ขนาดเรียกตรงสี่แยกแท็กซี่ก็จอดครับ ขวางทางรถเลี้ยวก็ไม่สน เห็นแล้วอึ้งเพราะไม่คิดว่าจะมีที่ญี่ปุ่นด้วย เมืองใหญ่อย่างโตเกียวก็อย่างนี้แหละ ขนาดตอนที่ไปอยู่ต่างจังหวัด คนจะข้ามเขาก็จะชะลอรถให้ข้ามไปก่อน แต่สำหรับโตเกียวอย่าหวังครับ ยิ่งพวกรถบรรทุก มันจะไม่ค่อยสนคนเดิน จะมีไฟทรงสี่เหลี่ยมหรือบางครั้งเป็นทรงกลมติดอยู่บนหลังคารถ และมีจุดรอรถอยู่ตามหน้าสนามบิน

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น สถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือหน้าอาคารใหญ่ๆ  เป็นต้น บางทีเห็นไฟแดงๆ นึกว่ารถว่าง มองเข้าไปก็ไม่มีใครโดยสาร แต่จริงๆ แล้วรถอาจจะกำลังไปส่งรถที่บริษัท หรือไปรับคน อาจจะเรียกเก้อได้ ฉะนั้นเวลากลางคืน ควรจะสังเกตไฟบนหัวรถแท็กซี่เป็นหลัก  ไฟนี้จะสว่างก็ต่อเมื่อเป็นรถรอรับผู้โดยสารเท่านั้น นอกจากนี้ในตัวเมืองเช่นโตเกียวหรือเกียวโต ก็มักจะมีแท็กซี่ว่างวิ่งอยู่ตามท้องถนนให้เราเรียกได้โดยง่าย โดยเดินทางพร้อมกัน 2-4 คน และหากคุณไม่อยากที่จะเดินและไม่ต้องการที่จะรอขึ้นรถบัส หรือถ้าหากคุณเที่ยวเพลินจนตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้วละก็ตัวเลือกที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวก เป็นโทรทัศน์ติดตั้งในรถ  การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น โดยปกติจะฉายแผนที่เส้นทางถนน เพียงเราบอกจุดหมายปลายทาง คนขับจะคีย์ข้อมูลใส่เข้าไป เครื่องก็จะคำนวณเส้นทางที่ใกล้ที่สุดให้ แล้วยังคำนวณเวลาคร่าวๆ ที่ใช้ตลอดเส้นทางให้ทราบล่วงหน้าว่าจะถึงเมื่อไหร่ ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะเหมือนกับของเมืองไทย คือคิดตามราคาเครื่องมิเตอร์ สัญลักษณ์ที่แสดงว่าแท็กซี่พร้อมให้บริการ เช่นเดียวกับแท็กซี่ในเมืองไทย เราจะสามารถสังเกตุจากไฟที่ติดอยู่ด้านรถได้ เครื่องแนะนำเส้นทางเป็นสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้ในรถยนต์ปัจจุบันไม่เฉพาะแค่รถแท็กซี่  เพราะมีบริการตรวจสอบเส้นทางด้วย และจะคอยรายงานเป็นระยะๆ ว่าเส้นทางที่ไปรถติดหรือไม่ การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น เช่น บางทีรถอาจจะรายงานว่า อีกสามกิโลจะถึงจุดที่รถติดเผื่อสำหรับจะเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน ว่าแท็กซี่คันนั้นๆ พร้อมให้บริการหรือไม่ นอกจากนี้ ราคาค่าโดยสารจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยรวมๆ แล้วมิเตอร์เริ่มต้นด้วย ประหยัดเวลา และประหยัดแรงคือการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ แต่บางทีคนขับก็จะบอกก่อนขึ้นว่า ตอนนี้ถ้าจะขึ้นจะชาร์จเท่าไหร่  ฟังคนขับอธิบายเป็นวิทยาทานแล้ว ก็ต้องร้องว่า “มิน่าล่ะ” ขึ้นมา เพราะไอ้ครั้งแรกที่ผมขึ้นแท็กซี่ก็คือ ตอนที่มัวแต่เที่ยวเพลินจนดึก ตอนนั้นอาศัยอยู่หอพักนักเรียนต่างชาติอยู่ที่โอไดบะ เกาะที่ถมจากกองขยะนี่แหละ

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ทีนี้หนทางที่จะข้ามไปเกาะนั้นก็มีไม่มาก ไม่ข้ามสะพานก็ต้องข้ามอุโมงค์ใต้ทะเล  ผมเลยเรียกรถแท็กซี่ที่คอสะพานให้ข้ามไปส่งที่โอไดบะซึ่งอยู่อีกฟากสะพาน ข้อควรระวังในการขึ้นแท็กซี่ คือ ในการขึ้นและลงจากรถแท็กซี่คุณไม่ต้องเปิดปิดประตูรถด้วยตนเอง หลังจากขึ้นนั่งบนรถแล้ว ให้บอกสถานที่ปลายทางที่ต้องการจะไป คนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่มักพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น จึงขอแนะนำให้ยื่นแผนที่ หรือจดชื่อสถานที่ๆ จะไปใส่กระดาษเตรียมไว้ล่วงหน้า สำหรับแท็กซี่ที่วิ่งในเมืองใหญ่ๆ เพราะไม่รู้ทางขึ้นสะพานเป็นลุงแก่ๆ ก็เอา ยอมขึ้นไป ลุ้นแบบหืดขึ้นคอทุกระยะที่มันวิ่งเลยครับ เพราะว่าไอ้สะพานเส้นนี้ไม่ธรรมดา มันจะต้องมีวนเป็นวงกลมก่อนเพื่อไต่ระดับความสูงให้เท่ากับสะพานซึ่งสูงมาก การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น กว่าจะข้ามสะพานเสร็จค่ารถก็ปาเข้าไปสามพันเยนแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเจอชาร์จนี่เอง ผมเลยต้องบอกแท็กซี่หยุดรถที่คอสะพานอีกด้านด่วน ไม่ต้องวิ่งต่อแล้ว จะมีระบบนำทางติดตั้งอยู่ จึงบอกแค่ที่อยู่ก็ไปได้ถูกต้อง เพราะประตูรถแท๊กซี่ที่ญี่ปุ่นเปิดปิดเองได้ด้วยระบบอัตโนมัติโดยการควบคุมของคนขับรถ การใช้บริการรถแท็กซี่จะทำให้เราเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในประเทศญี่ปุ่นสนุกและผ่อนคลายมากขึ้นไม่ต้องกังวลกับตารางรถโดยสารประจำทาง แท็กซี่ในญี่ปุ่นเป็นระบบมิเตอร์ ซึ่งจะคำนวณอัตราค่าโดยสารตามระยะทางและเวลาที่ใช้บริการ หากเป็นช่วงหลังสี่ทุ่มเป็นต้นไปถึงตีห้า จะต้องชำระค่าใช้บริการตอนกลางคืนเพิ่ม การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะชำระด้วยบัตรเครดิตได้ ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วมากันสักสี่คน ขึ้นแท็กซี่ก็ไม่แพงครับเพราะหารๆ กันแล้วก็ไม่แตกต่างจากรถบัสหรือรถไฟแต่อาจจะต้องทนรถติดสักหน่อย ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่สัมภาระมาก หรือคนที่จะไปที่ที่รถปกติไปไม่ถึง เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรงดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น  แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ และไม่จำเป็นต้องให้ทิป

การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น คนขับรถแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายจะสวมสูทดูเรียบร้อยพร้อมกับสวมถุงมือสีขาวและพร้อมที่จะบริการและปฎิบัติต่อผู้โดยสารอย่างสุขภาพยิ่ง เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปี ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ แนะนำว่าให้ขอใบเสร็จเมื่อถึงที่หมาย เพื่อจะได้สามารถติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ในใบเสร็จได้ในกรณีที่ลืมของไว้บนรถ แต่ความสะดวกที่ให้นั้นแน่นนอนว่าอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเดินทางในรูปแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น หากเดินทางกันเป็นกลุ่มเล็กไปยังจุดท่องเที่ยวใกล้ๆ การเลือกโดยสารรถแท็กซี่แทนรถบัสหรือรถไฟอาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยในการประหยัดแรงและเวลา ผู้เขียนเชื่อว่าไม่ว่าใครที่เพิ่งเคยใช้บริการแท็กซี่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกจะต้องตกใจในมาตรฐานระดับสูงของแท็กซี่ที่นี่กันบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถแสนสุภาพที่มาพร้อมกับถุงมือสีขาว สภาพภายในตัวรถอันสะอาดเอี่ยม และประตูอัตโนมัติ แถมยังมีระบบราคาเป็นมาตรฐานชัดเจนด้วย จึงรับรองว่าไม่มีการโก่งราคาให้ได้เสียอารมณ์อย่างแน่นอน รถแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ในกรณีที่เป็นรถยนต์โดยสารแบบ Sedan จะรับผู้โดยสารได้มากสุด 4 คน (ที่นั่งข้างคนขับ 1 คน และที่เบาะหลัง 3 คน) การนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่น โดยนับเด็กเท่ากับผู้โดยสารผู้ใหญ่ 1 คนด้วยเช่นกัน โดยราคาจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่ารถโดยสารสาธารณะชนิดอื่นๆ พอสมควร แต่ก็บอกเลยว่าสะดวกมากๆ ในยามเร่งรีบหรือในยามที่ต้องขนสัมภาระเยอะๆ จากสถานีรถไฟไปยังโรงแรม ทำให้เดินทางลำบาก ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยที่ไม่มีการจำกัดจำนวนผู้โดยสาร จะเป็นกี่คนก็ได้หากยังเข้าไปนั่งได้อยู่ จึงควรระวังในจุดนี้ ในกรณีที่เรียกให้แท็กซี่มารับยังที่ๆ ตนอยู่ เช่น โรงแรม เป็นต้น จะต้องชำระค่าบริการในการเรียกแท็กซี่เพิ่มด้วย แท็กซี่จะจอดรับผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าโรงแรมและรอบสถานีรถไฟ หรือว่าจะใช้วิธียกมือสูงๆ เรียกแท็กซี่ข้างทางเอาก็ได้เหมือนกัน ซึ่งบริษัทแท็กซี่แต่ละแห่งจะมีอัตราค่าบริการในการเรียกไม่เท่ากัน จึงควรสอบถามล่วงหน้าให้เรียบร้อย

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์สำคัญอย่างไร

ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงและมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการเรียนและการประกอบอาชีพจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ทุกบ้านจึงต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสักเครื่องหนึ่งไว้ใช้ แต่คนเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ดีไปซะทุกคน เครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อใช้งานไปนาน ๆ หรือใช้งานได้ไม่ถูกต้องตามวิธีการใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็มักจะเสีย ใช้การไม่ได้ ซึ่งคอมพิวเตอร์ก็มีราคาสูงพอควร คนใช้จึงนิยมซ่อมมากกว่าซื้อใหม่ และคอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ บางคนก็ไม่สะดวกที่จะยกไปซ่อมที่ร้านเอง อาชีพพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ที่รับซ่อมนอกสถานที่จึงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด เป็นอาชีพที่น่าสนใจ ทำเงินได้มาก และใช้ทุนน้อย

การซ่อมคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องยาก พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ จะพิจารณาอาการเสียของคอมพิวเตอร์ที่ส่วนใหญ่จะเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์และการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ที่สำคัญต้องอย่ารน อย่าใจร้อน ค่อย ๆ เช็คอาการไปทีละจุด แล้วค่อยวินิจฉัยว่าอาการเสียมันเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์จะมีรายได้จาก ล้างไวรัส 300-500 บาท/ เครื่อง ลงวินโดวส์ 300-500 บาท/เครื่อง แก้ไขอาการเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์ 300-500 บาท/เครื่อง จัดหาโปรแกรมและลงโปรแกรม 300-500 บาท/เครื่อง เครื่องเสียต้องเปลี่ยนอะไหล่  ค่าแรงครั้งละ 500 บาท เปอร์เซ็นต์ค่าอะไหล่จากศูนย์อะไหล่คอมพิวเตอร์ 5-10 % ซึ่งส่วนมาก ถ้าคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องมีอาการเสียพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ มักจะได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 600 บาทขึ้นไป

สิ่งที่พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ต้องเตรียมพร้อมก่อนไปบ้านลูกค้าเตรียมแผ่นโกสวินโดวส์ไปด้วย จะได้ไม่ต้องมานั่งลงวินโดวส์ใหม่ เพราะมันต้องใช้เวลามาก ถ้าลูกค้าต้องการโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมค่อยเอาไปให้เลือกอุปกรณ์ช่าง เช่น ไขควงหัวต่าง ๆ เครื่องอัดอากาศไว้ไล่ฝุ่น พกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มักเสียง่ายไปบ้านลูกค้าด้วย เช่น Ram , USB Port , เมาส์ , คีย์บอร์ด เป็นต้น อุปกรณ์สำรองข้อมูล กรณีลูกค้าต้องการลงวินโดวส์ใหม่แต่ต้องการเก็บข้อมูลเก่าไว้ โปรแกรมยอดนิยม พวก Office, Anti-virus , โปรแกรมดูหนัง/ฟังเพลง , Photoshop เป็นต้น

อาชีพพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์จะอยู่ได้อยู่ที่ความพอใจของลูกค้า คุณต้องทำให้ลูกค้าพอใจและประทับใจบริการของคุณ เมื่อลูกค้าชอบบริการคุณเขาก็จะบอกต่อ ทีนี้ลูกค้าคนอื่น ๆ ก็จะมีตามมาอีกเยอะ ถ้าท่านมีคู่แข่ง ท่านต้องทำการตลาดเก่ง ทางที่ดีคือจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ อาทิ มีการรับประกันการซ่อม (อย่าให้เกิน 3 เดือน) รับปรึกษาอาการคอมพิวเตอร์เบื้องต้นทางโทรศัพท์ฟรี มีบริการหลังการซ่อม เช่น ถ้าเครื่องมีอาการเสียอีกจะดูแลแก้ไขให้ (ในระยะประกัน) ซ่อมหลายเครื่องมีลดราคาให้เป็นต้น อธิบายการซ่อมและอาการของคอมพิวเตอร์ชัดเจน เข้าใจง่าย ลูกค้าจะได้ไม่คาใจ และรู้สึกว่าเราแฟร์ บริการรับซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่จะทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่น

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ จะเช็คอาการคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (เช็คที่ระบบฮาร์ดแวร์) เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติด เช็ดที่ Power supply เมนบอร์ดร้อง เช็คดูที่ RAM ทำความสะอาด RAM ก่อน  อาการเปิดเครื่องไม่ติด เช็คดูที่ RAM ก่อน ถอน RAM ออกแล้ว มีเสียงออก เป็นที่ RAM และไฟที่ คีย์บอร์ดขึ้น ไม่มีไฟขึ้นที่ คีย์บอร์ด เป็นที่ Power supply แต่ถ้าเครื่องช้าต้องเช็คที่ window มีไวรัสเข้าหรือไม่เช็คที่ HDD รอบของ HDD ช้าเกินไปหรือไม่เช็คที่เมนบอร์ด อาจมีอาการ ซีบวม แต่เมนบอร์ดยังทำงานได้อยู่การเช็คอาการคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (เช็คที่ระบบซอฟต์แวร์) Window ติด ลิกสิทธิ์ ไดร์เวอร์ไม่ตรงกับ เครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นปัญหาโปรแกรมไม่รองรับ ระบบปฏิบัติการการเช็ดอาการจอ คอมพิวเตอร์ จอคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติด เช็ดที่เมนบอร์ด Power สายสัญญาณไม่เข้า เช็คที่ เมนบอร์ด หมายเหตุ ขั้นต้นการเช็คที่ ซี(ตัวเก็บประจุ) ว่าบวมหรือไม่ ถ้าบวมให้ทำการเปลี่ยนซี

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ ต้องมีความรู้ด้านวงจรคอมติวเตอร์ ประกอบด้วยแผงวงจรหลักหรือเมนบอร์ด (Motherboard / Mainboard) เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุอยู่ภายในกล่องเก็บอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเคส (Case) เปรียบเสมือนศูนย์กลางของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำสำรอง และหน่วยส่งออกต้องถูกนำมาเชื่อมต่อกับแผงวงจรหลักจึงจะทำงานได้ การทำงานของแผงวงจรหลักนอกจากจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ในหน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำรอง และหน่วยส่งออกแล้ว ยังต้องเกี่ยวข้องกับการรับ-ส่งข้อมูลนี้ต้องผ่านบัส (Bus)   บัส (Bus) หมายถึง ช่องทางการติดต่อสื่อสารขนถ่ายข้อมูลจากหน่วยประมวลผลกลางไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น หน่วยความจำหลัก อุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ บัสเปรียบเสมือนช่องทางจราจรที่ยิ่งมีมากก็ยิ่งระบายรถได้มากและหมดเร็ว ซึ่งในหน่วยประมวลผลกลางจะมีบัสต่าง ๆ ดังนี้ บัสข้อมูล (Data Bus) เป็นบัสที่หน่วยประมวลผลกลางใช้เป็นเส้นทางผ่านและควบคุมการส่งถ่ายข้อมูลจากหน่วยประมวลผลกลางไปยังอุปกรณ์ภายนอก หรือรับข้อมูลจากอุปกรณ์ภายนอกเพื่อทำการประมวลผลที่หน่วยประมวลผลกลาง บัสรองรับข้อมูล (Address Bus) เป็นบัสที่หน่วยประมวลผลกลางเลืองว่าจะส่งข้อมูลหรือรับข้อมูลจากอุปกรณ์ไหนไปที่ใด และต้องส่งสัญญาณเลือกออกมาทางบัสรองรับข้อมูลนี้  บัสควบคุม (Control Bus ) เป็นบัสที่รับสัญญาณการควบคุมจากหน่วยประมวลผลกลางเพื่อบังคับว่าจะรับข้อมูลเข้ามา หรือจะส่งข้อมูลออกไปจากหน่วยประมวลผลกลาง

ระบบบัสทางกายภาพ  คือ สายทองแดงที่วางอยู่บนแผงวงจรหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมไมโครคอมพิวเตอร์ บัสจะมีความกว้างของระบบจะนับขนาดข้อมูลที่วิ่งอยู่โดยจะมีหน่วยเป็นบิต (Bit) บนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ บัสจะมีความกว้างหลายขนาด ขึ้นอยู่กับรุ่งของเครื่อง คอมพิวเตอร์ เช่นบัสขนาด 8 บิต 16 บิต และ 32 บิต บัสยิ่งกว้างจะทำให้การส่งถ่ายข้อมูลทำได้ แผงวงจรหลักต้องการความเร็วในการติดต่อแตกต่างกัน ระบบบัสบนแผงวงจรหลักจึงถูกแบ่งออกเป็น หลายชุด ดังนี้ ระบบบัสพีซีไอ (Perpheral Component Interconnet : PCI) ระบบบัสแบบนี้มี ซิปเซตเป็นตัวควบคุมโดยเฉพาะ ทำให้มีความเร็วในการติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ  ได้สูงขึ้นคือ 33  เมกะเฮิรตซ์ เป็นบัสแบบ 32 บิต จึงมีความเร็วในการรับ-ส่ง ข้อมูล เท่ากับ 133 เมกะไบต์ต่อวินาที ซึ่ง  ระบบบัสชนิดนี้จะใช้เชื่อมต่อกับสล็อตแบบพีซีไอ (สล็อตทีมีสึขาวบนแผงวงจรหลัก ตามปกติจะมี  5-6 สล็อต) ซึ่ง  เป็นช่องใส่อุปกรณ์ความเร็วสูงรองลงมาจากการ์ดแสดงผล ได้แก่ การ์ดเสียง โมเด็ม  และการ์ดแลน (LAN)  ระบบบัสแบบเอจีพี (Accelerated Graphic Port : AGP) เป็นระบบบัสความเร็วสูง พัฒนาเพื่อนำมาใช้กับการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่เพื่อรองรับงานสื่อประสม  (Multimedia) ซึ่งบัสชนิดนี้ จะเชื่อมต่ออยู่กับสล็อตเอจีพี สำหรับการ์ดแสดงผลโดยเฉพาะตำแหน่งของสล็อตอยู่ใกล้กับ  หน่วยประมวลผลกลางที่สุด และแผงวงจรหลัก 1 แผง จะมีสล็อตแบบเอจีพีได้เพียง 1 สล็อตเท่านั้น ระบบบัสแบบซีพีไอเอกซ์เพรส (Peripheral Component Interconnect Express : PCI  Express) เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่สูงขึ้น และระบบ บัสแบบซีพีไอและเอจีพีไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการนี้ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก พีซีไอมีความเร็วที่ต่ำไป ส่วนเอจีพีใช้ได้กับสล็อตการ์ดแสดงผลเพียงอย่างเดียวและมีได้ 1 สล็อต เท่านั้น จึงได้มีการพัฒนาระบบบัสแบบใหม่ คือ พีซีไอเอกซ์เพรส ขึ้นมา ซึ่งเป็นบัสที่มีความเร็วสูง และมีอัตรารับ-ส่งข้อมูลสูง

โรงแรมญี่ปุ่น ที่พักญี่ปุ่น ค้นหาและจองโรงแรมในญี่ปุ่น

บทความแนะนำ  โรงแรมญี่ปุ่น หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นเรียวกังญี่ปุ่นดั้งเดิม สำหรับผู้ที่เข้าพักในบ้านพักจะต้องนอนโดยปูฟุตงภายในห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสื่อทาทามิและประตูบานเลื่อนกระดาษกรอบไม้เหมือนกับเรียวกัง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมาพร้อมแพ็คเกจอาหารอย่างเฉพาะมื้อเช้าหรือทั้งมื้อเช้าและมื้อค่ำ ภายในห้องพักของโรงแรมแคปซูลกว้างแค่ประมาณคนนอนได้ 1 คนเท่านั้น ที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น แชมพูและสบู่ อย่างครบครัน ส่วนอ่างอาบน้ำและห้องน้ำบางแห่งก็จะเป็นแบบแชร์กับห้องอื่น แล้วก็ไม่มีบริการอะไรเป็นพิเศษด้วย โรงแรมแคปซูลส่วนใหญ่มักจะไม่มีบริการอาหาร โรงแรมในญี่ปุ่นจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้อย่างครบครันเหมือนกับโรงแรมตามต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำ เนื่องจากการเข้าพักใน โรงแรมญี่ปุ่น เราจะแทบไม่ได้สัมผัสกับความกดดันเรื่องความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมเลย จึงเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แต่บางแห่งก็สามารถใช้บริการร้านอาหารภายในโรงแรมได้ บางคนอาจรู้สึกว่าแคบไปหน่อยก็จริง หนึ่งในความสนุกของการพักโรงแรมก็คือ “อาหาร” นี่แหละ มื้อเช้าของโรงแรมโดยทั่วไปมักจะเป็นบุฟเฟ่ต์สไตล์ตะวันตกอย่างขนมปังและสลัด แต่เนื่องจากบางโรงแรมก็สามารถเลือกทานอาหารญี่ปุ่นที่มาพร้อมข้าวและซุปมิโซะได้ สำหรับใครที่สนใจก็ลองใช้บริการกันดู แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักที่เพียงพอสำหรับนอนพักให้ผ่านพ้นวัน โรงแรมญี่ปุ่น แคปซูลก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย นอกจากนี้ ร้านอาหารภายในโรงแรมเก่าแก่ก็พลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน

บอกเลยว่าสุดยอดถึงขนาดว่ามีบางคนเลือกมาพักที่ โรงแรมญี่ปุ่น เหล่านี้โดยมีจุดประสงค์เพื่อลิ้มลองเมนูยอดนิยมดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นแกงกะหรี่และแพนเค้กเลย โรงแรมแคปซูลราคาถูก, บ้านเช่า, คาเฟ่การ์ตูน, แฟรนไชส์โรงแรมนานาชาติ, โรงแรมเก่าแก่ในญี่ปุ่น และเลิฟโฮเทล ภายในห้องมีทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ ฝักบัวสำหรับอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ถึงแม้ว่าจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่ หรือสกินแคร์ แต่ไม่มีบริการอาหาร ภายในห้องพักของโรงแรมธุรกิจมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพำนักในระยะสั้นอย่างครบครัน วิธีการชำระเงินมีทั้งหมด 2 แบบ ประกอบด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตตอนที่จองและการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเงินสดในวันเข้าพัก เกสต์เฮ้าส์ให้บริการห้องพักแบบแชร์กันหลายคนต่อ 1 ห้อง โรงแรมธุรกิจแต่เดิมเป็น โรงแรมญี่ปุ่น ที่นักธุรกิจใช้พักระหว่างการเดินทางเพื่อไปทำธุรกิจ ด้วยความสะดวกสบายและราคาที่เหมาะสม ในขณะนี้นักท่องเที่ยวในและต่างประเทศใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยไม่มีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกหรือมื้ออาหารใดๆ แต่เนื่องจากหลายแห่งมักจะมีห้องครัวในตัว ห้องพักของโรงแรมธุรกิจมีขนาดกะทัดรัด แต่เตียงก็กว้างพอที่พักผ่อนได้เต็มที่ สบายพอที่จะบรรเทาความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ห้องพักแต่ละห้อง นอกเหนือไปจากเตียงก็มี โต๊ะ, เก้าอี้, ทีวี, ตู้เย็นขนาดเล็ก ตู้เสื้อผ้า ผ้าขนหนูอาบน้ำและชุดนอน แทบจะไปพักมือเปล่าไม่ต้องนำอะไรไปเลย ห้องอาบน้ำมีขนาดเล็กกว่าเรียวกังและ โรงแรมญี่ปุ่น ปกติ ฝักบัวและอ่างอาบน้ำได้รวมกันเป็นแบบอ่างยูนิต เราจึงสามารถทำอาหารได้อย่างสบายๆ  ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ฝักบัวสำหรับอาบน้ำ

ส่วนใหญ่มีเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ เวลาไปเที่ยวแล้วต้องการใช้นี่มันช่างสะดวกจริง เสื้อคลุมอาบน้ำ คาเฟ่การ์ตูนไม่มีเตียงให้บริการ โรงแรมญี่ปุ่น บางทีก็มีให้บริการซักรีดแบบเสียค่าบริการเพิ่ม หากคุณต้องการที่จะใช้ลองติดต่อแผนกต้อนรับของโรงแรมดู มีแค่เพียงเก้าอี้และคอมพิวเตอร์ตั้งเอาไว้ให้บริการภายในห้องขนาดเล็กขนาดเพียงพอต่อ 1 คนเท่านั้น เพราะเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทยก็ต้องมีประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนั้นแน่ จากการที่ดิฉันได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับใครที่ต้องการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอย่างสบายๆ แต่ในกรณีที่หาที่พักที่ไหนไม่ได้อีกแล้วหรืองบค่าที่พักน้อยก็ลองใช้บริการดูได้ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกประทับใจก็คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ โรงแรมญี่ปุ่น เค้าเตรียมไว้ให้ในห้องพักและในโรงแรม หลายสิ่งแสดงถึงความใส่ใจแขกที่มาพักมาก ดิฉันเลยอยากนำเสนอให้คุณผู้อ่านได้ชมกัน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย เพื่อไว้ช่วยชีวิตผู้ปวยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันด้วยนะ และพนักงานในโรงแรมก็ได้รับการอบรมในการใช้เครื่องนี้ด้วย เค้าเห็นความสำคัญมากๆเลยทีเดียว อยากให้บ้านเรามีแบบนี้บ้างจัง ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถช่วยชีวิตคนได้ เมื่อเปรียบเทียบกับโรงแรมระดับหรูแล้วอาจดูเรียบง่ายก็จริง อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันประทับใจมากค่ะ ตอนไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ หลังเช็กอินเสร็จ ถ้าเป็นโรงแรม 3 ดาว เจ้าหน้าที่จะนำอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียะในการอาบน้ำให้กับคุณผู้หญิงอย่างเราเลือกกัน เรียวกังเป็นที่พักที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นภายในสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มี โรงแรมญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นที่เป็นโรงแรมแนว Business Hotel คือโรงแรมที่รองรับลูกค้าที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจ

โรงแรมญี่ปุ่น มีจุดเด่นคือ จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง จะมีบริการเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าหยอดเหรียญให้ เสื่อทาทามิ และ ประตูบานเลื่อนกระดาษกรอบไม้ได้ เพราะเค้าเข้าใจว่าลูกค้าที่มาพักหลายๆวันไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวอาจจะนำเสื้อผ้ามาจำนวนจำกัดเพื่อประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การเข้าพักในเรียวกังโดยปกติแล้วมักจะมีบริการอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างข้าว ซุปมิโซะ และผักดองด้วย การมีบริการเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าให้ถือเป็นการช่วยชีวิตนักธุรกิจเหล่านี้เลยก็ว่าได้ จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ หรือนำกลับมาให้ภรรยาที่บ้านซัก หรือใครจะสั่งมื้อค่ำเพิ่มด้วยก็ได้ มื้อค่ำมักจะเป็นอาหารเซ็ตสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างผัก ปลา และเนื้อในจานเล็กโดยมาเสิร์ฟคู่กับข้าวสวย แต่ก็นับเป็น โรงแรมญี่ปุ่น ที่เพียงพอสำหรับการพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวแล้ว วันไหนฝนตก ไม่อยากออกไปซื้อร้านสะดวกซื้อข้างนอก เราก็สามารถหยอดเหรียญซื้อได้ในโรงแรมเลย แถมโรงแรมบางแห่งก็ยังแถมแพ็คเกจอาหารเช้ามาให้ด้วย เนื่องจากบ้านพักมีขนาดเล็ก จึงมีข้อดีอยู่ตรงที่พนักงานสามารถดูแลผู้เข้าพักได้อย่างทั่วถึงนี่แหละ ที่สำคัญราคาที่จำหน่ายก็ราคาเท่ากับร้านค้าข้างนอกอีกด้วยนะ ไม่มีการชาร์จเพิ่มแต่อย่างใด แถมบางโรงแรมยังมีตู้กดบะหมี่สำเร็จรูปให้อีกด้วย เราสามารถพูดคุยกับพนักงานเพื่อขอข้อมูลเรื่องแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหารแนะนำประจำท้องถิ่นก็ยังได้  โรงแรมญี่ปุ่น บางแห่งในญี่ปุ่น มีการติดตั้งอุปกรณ์เก้าอี้สำหรับอพยพบนบันได ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ลิฟต์ไม่สามารถใช้งานได้

เรียวกัง ที่พักสไตล์ดั้งเดิมแห่งญี่ปุ่น…!!!

เรียวกัง หากใครคิดว่าญี่ปุ่นมีแต่โรงแรมหรู หรือที่พักแบบสมัยใหม่นั้นต้องเปลี่ยนความคิด เพราะในเขตเมืองหลวงอย่างโตเกียวเอง หรือเมืองต่างๆในญี่ปุ่นยังมีเรียวกังราคาประหยัดซ่อนตัวอยู่ ใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นพร้อมพักผ่อนในห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ตามเราไปทำความรู้จักกับ เรียวกังในญี่ปุ่น ทั้ง 12 แห่งกันที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองใหญ่กันเลย

  1. Ryokan Biyunoyado เป็นเรียวกังที่มีออนเซ็นในตัวทั้งแบบในร่ม และกลางแจ้ง อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Yudanaka Station โดยใช้เวลาเดินเพียงแค่ 10 นาที อีกทั้งเรียวกังมีบริการรถรับส่งจากสถานีไปยังเรียวกัง นอกจากนี้อาหารของเรียวกังยังมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ทำให้แขกที่เข้าพักหลายท่านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม
  2. Sakura Ryokan ห้องพักลึกลับในตึกคอนโด ห้องพักสไตล์เรียวกังของที่นี่เป็นห้องพักส่วนตัวทั้งหมด มีด้วยกันทั้งหมด 17 ห้องให้เราเลือกเข้าพัก โดยจะมีความแตกต่างกันอยู่ที่ขนาดของห้องและบางห้องอาจมีห้องน้ำในตัวให้ แต่บางห้องอาจไม่มี แน่นอนว่าราคาจะถูกกว่าและสามารถไปใช้ห้องน้ำส่วนรวมได้
  3. Oyado Yamakyu เรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Takayama ซึ่งมีใจกลางเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และมีเนื้อวากิวที่แสนอร่อยคุ้มค่าแก่การเดินทางไปลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งหลายแห่งที่ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้งวัน
  4. Kimi Ryokan Tokyo ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ เรียวกังแห่งที่สองที่ซ่อนอยู่ในโตเกียวแห่งนี้มีชื่อว่า Kimi Ryokan Tokyo ที่นี่เป็นเรียวกังสไตล์ดั้งเดิมที่ดูเก่าแก่แต่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่น
  5. Shima Onsen Kashiwaya Ryokan นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกล่าวถึงที่พักนี้ว่า โรงแรมเรียวกังแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ของสถานที่ห้ามพลาดในญี่ปุ่น แต่มันอยู่ในลิสต์สถานที่หนึ่งในโลกที่คุณต้องไปเยือนหากคุณต้องการที่จะรู้สึกว่าอยากจะหนีไปจากโลกนี้และปล่อยให้เวลาได้หยุดพัก
  6. Tama Ryokan เรียวกังของทามะจัง เรียวกังแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Takadanobaba มองดูเผิน ๆ หน้าตาออกจะเหมือนร้านกาแฟมากกว่าบ้านพักเสียอีก แม้ห้องพักที่นี่อาจจะดูไม่หรูหรามาแต่รับรองมีความเป็นญี่ปุ่นให้เราได้ชมกันอย่างเหลือล้น ทั้งยังมีเจ้าของบ้านสุดน่ารักอย่างเจ้าเหมียว ‘ทามะ’ ที่จะคอยตามดูแลเราทุกฝีก้าว
  7. Hinodeya นักเดินทางส่วนมากมักเดินทางผ่านเมืองชิซูโอกะระหว่างทางจากโตเกียวไปเกียวโต แต่เรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่สูงอย่าง Izu Kogen ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากบรรดาผู้เดินทางที่ต้องการไปสัมผัสบรรยากาศ ณ เรียวกังแห่งนี้ ด้วยพนักงานที่เป็นมิตร และธรรมชาติที่โอบล้อม โดยตกแต่งห้องพักด้วยดอกไม้ นานาพันธุ์ตามฤดูกาลทำให้ที่พักนี้ได้ใจผู้เข้าพัก
  8. Asakusa Ryokan Toukaisou ห้องพักในตึกอิฐแดง  เป็นที่พักสไตล์เรียวกังอีกแห่งในย่าน Asakusa แม้ว่าบรรยากาศภายนอกจะดูเป็นตึกอิฐสีแดงสไตล์ยุโรปที่ดูไม่น่าจะมีห้องพักแบบญี่ปุ่นอยู่ด้านในก็ตาม แต่ด้านในของที่พักแห่งนี้ก็มีห้องพักสไตล์เรียวกังที่ตกแต่งเอาไว้แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ พร้อมปูพื้นด้วยเสื้อทาทามิและบริการทีนอนแบบฟูกให้เราได้เข้าไปใช้บริการ
  9. Arashiyama Benki ด้วยห้องพักเรียวกังที่สวยงาม และห้องอาบน้ำที่หรูหรา อีกทั้งสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในย่านอาราชิยามะในเขตชานเมืองตะวันตกของเมืองเกียวโต ทำให้หลายคนยอมเสียเงินกว่า 25,000 เยน หรือประมาณ 7,000 บาทเพื่อเข้าพักสถานที่แห่งนี้
  10. Ryokan Katsutaro เรียวกังบรรยากาศสบาย  เป็นเรียวกังในโตเกียว ที่นี่ก็มีบรรยากาศภายนอกที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีห้องพักสไตล์เรียวกังอยู่ด้านในอีกเช่นเคย แต่เมื่อได้เข้ามาในที่พักเราก็จะสัมผัสถึงความเป็นเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที ตั้งแต่บริเวณล็อบบี้ที่มีไว้ให้แขกที่มาเข้าพักได้มาเช็คอินหรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจ
  11. Ryokan Sawanoya หากใครคิดว่าห้องพักราคาประหยัดในโตเกียวจะต้องถูกจำกัดด้วยรูปแบบโรงแรมแคปซูล และคาเฟ่อินเทอร์เน็ตเท่านั้น ให้นึกถึงโรงแรมเรียวกังแห่งนี้แทน ด้วยอัตราค่าบริการต่อคนโดยเริ่มต้นเพียง 5,400 เยน หรือ 1,500 บาท จะทำให้คุณได้สัมผัสที่พักที่แสน สบายพร้อมอาหารเช้าสุดแสนอร่อย
  12. Shiraume ชื่อโรงแรมเรียวกังแห่งนี้หมายถึง ลูกบ๊วยสีขาว ซึ่งมีความหมายตรงกับต้นบ๊วยมากมายที่เรียงรายริมสะพานข้ามคลองตรงทางเข้าของโรงแรม ด้วยกิ่งก้านของต้นบ๊วยนี้จะประดับประดาปากทางเข้าของโรงแรมเป็นสีขาวในฤดูหนาว ทำให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติกลางเมืองเกียวโต ซึ่งเป็นที่ประทับใจมากของนักท่องเที่ยวที่มาพักที่เรียวกังแห่งนี้

โรงแรมญี่ปุ่น สุดยอดแห่งความหรูหรา…!!!

โรงแรมญี่ปุ่น ในโตเกียวเต็มไปด้วยโรงแรมมากมายหลายแบบไม่ว่าจะเป็นโรงแรมสุดหรู โรงแรมธุรกิจ เกสต์เฮ้าส์ราคาถูก ไปจนถึงโรงแรมแคปซูลเลยทีเดียว ในปี 2016 ประเทศญี่ปุ่นดึงดูดนักท่องเที่ยวราว 20 ล้านคน และในปี 2020 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกนั้น ก็มีแต่จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่มีสเน่ห์และทันสมัยของประเทศญี่ปุ่นเป็นเมืองที่มีสิ่งต่างๆให้ทำเป็นร้อยๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนถึงความทันสมัยและล้ำยุค ทุกอย่างมีให้คุณที่นี่ ด้วยความที่เป็นเมืองขนาดใหญ่ จึงมีโรงแรมญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย และการหาที่พักที่ดีที่สุดให้กับตัวท่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ขอเอาใจเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาโรงแรมญี่ปุ่นกันอยู่ โดยการนำเสนอโรงแรมยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้รับการจองมากที่สุดในปีที่ผ่าน มาดูโรงแรมในกรุงโตเกียวกัน เราจึงมีสุดยอดโรงแรมญี่ปุ่นในโตเกียวมานำเสนอกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่ต้องการหาโรงแรมญี่ปุ่นที่หรูหรา และสะดวกสบาย

เราจึงขอเสนอ 14 อันดับโรงแรมญี่ปุ่นในโตเกียวที่คนญี่ปุ่นอยากไปพักมากที่สุด

  1. The Westin Tokyo (ウェスティンホテル東京) โรงแรมหรูที่มีการตกแต่งห้องพัก และให้บริการในสไตล์ยุโรป ตั้งอยู่ใน Yebisu Garden Place ที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ห้อมล้อมมากมาย ทำให้ลืมความเป็นเมืองไปเลย
  2. Shinakawa Prince Hotel (品川プリンスホテル) ตั้งอยู่ในเขต Shinakawa ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นเขตธุรกิจใหม่ของกรุงโตเกียว
  3. PARK HYATT TOKYO(パークハイアット東京)เป็นโรงแรมญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่บนตึก Shinjuku park tower ตั้งแต่ชั้นที่ 39 – 52 เพื่อให้แขกที่เข้าพักสามารถชื่นชมความสวยงามของกรุงโตเกียวได้จากทุกๆ ห้องพัก
  4. RIHGA Royal Hotels Tokyo (リーガロイヤルホテル東京) เป็นโรงแรมญี่ปุ่นที่เปิดมากว่า 70 ปีแล้ว มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น ทั้งใน Osaka, Kyoto, Hiroshima การตกแต่งภายในและการให้บริการสไตล์คลาสิคยุโรเปี้ยน มีชื่อเสียงในเรื่องการให้บริการที่เป็นเยี่ยม
  5. Hotel New Otani Tokyo (ホテルニューオータニ東京) อีกหนึ่งโรงแรมญี่ปุ่นชั้นดีกลางใจเมือง เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 อาคารคือ Main Building, Garden Tower และ Garden Court แต่ New Otani Tokyo ก็โอบล้อมด้วยความเงียบสงบของสวนแบบญี่ปุ่นกว้างขวางกว่า 10 เอเคอร์
  6. Hotel Okura Tokyo (ホテルオークラ東京) ที่อยู่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจ และแหล่งช้อปปิ้งอินเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Roppongi, Ginza และ Akasaka เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 ออกแบบตกแต่งอย่างทันสมัย
  7. Four Seasons Hotel, Tokyo at Chinzan-so (フォーシーズンズホテル椿山荘東京) โรงแรมที่โอบล้อมด้วยสวนญี่ปุ่นกว้างขวางอีกแห่งหนึ่ง ตกแต่งสไตล์ผสมผสานแบบอีสมีทเวสต์ (ยุโรป+ญี่ปุ่น) ทุกห้องค่อนข้างกว้างขวาง และมีหน้าต่างให้ชมสวนหรือไม่ก็วิวเมืองของกรุงโตเกียว
  8. Hyatt Regency Tokyo (センチュリーハイアット東京) เดิมชื่อ Century Hyatt Tokyo ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านชินจูกุ ถัดจาก Shinjuku Central Park ไม่ใกล้ไม่ไกลแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เลย
  9. Hilton Tokyo (ヒルトン東京) เพิ่งจะ renovated ไปเมื่อปี ค.ศ. 2009 ทำห้องพักให้ดูมีความเป็นโมเดิร์นขึ้น และการันตีความเยี่ยมด้วย ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับ Michelin Star
  10. Imperial Hotel Tokyo (帝国ホテル東京) โรงแรมญี่ปุ่นหรูที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันในชื่อ Teikoku Hotel เปิดบริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 จากอาคารไม้ทรง Victorian-style Imperial ผ่านการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง จนกลายมาเป็นโรงแรมสุดทันสมัยในปัจจุบัน
  11. โรงแรมเดอะแคปิตอล โฮเต็ล โตคิว (The Capitol Hotel Tokyu) ได้เพิ่มความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แขกที่มาเยือนเป็นประจำได้เพลิดเพลินไปกับสิ่งใหม่ๆทุกครั้ง โรงแรมนี้มีทั้งสระว่ายน้ำในร่ม สปาและวิวยามค่ำคืนที่น่าทึ่ง
  12. โรงแรมแอสคอทท์ มารุโนะอุจิ โตเกียว (Ascott Marunouchi Tokyo) ตั้งอยู่ในย่านที่แสนสะดวกสบายใกล้ๆกินซ่า (Ginza) ย่านที่ทันสมัยและมีระดับของโตเกียว และพระราชวังโตเกียวซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ห้องของโรงแรมเป็นห้องขนาดอพาร์ตเมนต์ซึ่งเหมาะกับทั้งแขกที่เป็นนักธุรกิจและแขกที่มาพักผ่อน
  13. โรงแรมโอคุระ โตเกียว (Hotel Okura Tokyo) โรงแรมโอคุระ โตเกียวภูมิใจในความสวยงามแบบญี่ปุ่นและการบริการ และให้ความสำคัญกับอาหารสำหรับแขกที่หรูหรา โรงแรมที่สวยงามแห่งนี้ได้รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้าด้วยกัน
  14. โรงแรมกาโจเอ็ง โตเกียว (Gajoen Tokyo) โรงแรมกาโจเอ็งออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นซึ่งสวยงามจนน่าทึ่ง ห้องพักของโรงแรม รวมถึงชั้นที่ 7 ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เป็นเหมือนห้องชงชา และมีสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอยู่ด้านนอก

หางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์

การหางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ ในปัจจุบันเป็นยุคของอินเตอร์เน็ตทำให้บริษัทมีช่องทางในการหางานมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้การแข่งขันในการหางานสูงขึ้น ในตำแหน่งหนึ่งๆจึงอาจมีผู้สมัครเป็นร้อยเป็นพันคน งานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นหนึ่งในรูปแบบของ งานนอกเวลา หรืองานที่ทำนอกเวลาปกติ หรือที่เราเรียกว่างานพิเศษนั่นเอง ซึ่งหมายถึง  การทำงานที่ไม่ใช่การทำงานประจำและไม่ได้เป็นพนักงานประจำขององค์กร โดยส่วนมาก งานพาร์ทไทม์ เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดที่ปกติจะมีลูกค้ามากกว่าวันทำงาน

เคล็ดลับการการหางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ มีได้หลานรูปแบบ เช่น ใบสมัครให้มากที่สุดเพราะการแข่งขันสูง คุณไม่ได้เป็นผู้เลือกแต่ฝ่ายเดียว ว่าอยากทำงานอะไรกับบริษัทไหน แต่ HR ของแต่ละ บริษัทก็เป็นผู้เลือกว่าจะเลือกใครมาทำงาน ดังนั้น กฎข้อแรกคือ ส่งใบสมัครให้มากที่สุด จงเลือกงาน แต่ อย่าเลือกมากจนเกินไป เพราะเราเลือกเขา เขาอาจไม่ เลือกเราจงเปิดโอกาสให้ตัวเองเพราะงานดีๆที่เหมาะสม กับคุณมีมากกว่าที่คุณคิด ขอให้ได้สัมภาษณ์ก่อน ค่อยมา เลือกจริงในภายหลัง หรือสร้าง Resume ของตัวเองให้ดีที่สุดในการสมัครงาน Resume (ประวัติย่อที่ใช้ในการสมัคร งาน) สำคัญที่สุด เพราะนาย จ้างรู้จักผู้สมัครผ่าน Resume นายจ้างจะคัดเลือกผู้สมัคร จาก Resume เพราะฉะนั้นจึง อยู่ที่คุณจะ present นำเสนอ ตัวคุณเองได้ดีแค่ไหน ถึงคุณจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้าคุณ ไม่ได้นำเสนอตัวคุณเอง ดีพอ นายจ้างก็ไม่สามารถเห็น ความเก่งของคุณ และอีก ประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม คือคุณ กำลังแข่งขันกับผู้สมัคร ท่านอื่นอยู่ คุณแน่ใจแล้วหรือว่า Resume ของคุณดีกว่า ท่านอื่น เพราะฉะนั้นจงยอมเสีย เวลาใส่ใจรายละเอียด ทุกอย่างใน Resume กรอกข้อมูล ในใบสมัครให้มากที่สุด โอกาสได้มีมากกว่าเสียบางคนอาจเสียเวลาในการเตรียม Resume 2-3 วัน หรือเป็นอาทิตย์ แต่หลายคนขี้เกียจ กรอก ทำอย่างลวกๆแล้วก็มานั่งทุกข์ ภายหลังว่าทำไมไม่ ถูกเรียกสัมภาษณ์ หรือทำไมไม่ได้ งานที่ดี อย่าลืมว่าคุณ กำลังแข่งกับคนเป็นร้อยเป็นพัน Resume คุณต้องทำให้ดี ที่สุด (ละเอียด และตั้งใจ เพื่อนำ เสนอความสามารถออก มาให้ชนะผู้สมัครท่านอื่น) ใช้ Job Search Engine หลายๆตัวหากคุณเลือกค้นหางานด้วย Job Search Engine อย่าเลือก ใช้เครื่องมือค้นหางานเพียงตัวใดตัวหนึ่ง ควรเลือกใช้ เครื่องมือค้นหางานหลาย ๆ ตัว เพื่อเพิ่มโอกาสในการหา งานและได้งานจำนวนมากขึ้น

หากการหางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ แล้วยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์ให้ทบทวนดังนี้ ทบทวน Resume ทบทวนว่าสมัครงานในตำแหน่งที่เหมาะกับคุณสมบัติที่ต้องการหรือไม่ ควรจะผ่อนปรน ความต้องการของเราบ้าง ให้เน้นงานที่ตรง กับคุณสมบัติแบบเรา เช่น การศึกษา และประสบการณ์ ตำแหน่งที่คุณอยากเป็นอยากสมัคร อาจเริ่มต้นจากการที่คุณเก็บเกี่ยวสะสม ประสบการณ์จากตำแหน่งอื่นก่อนก็เป็นได้ เรียกเงินเดือนแพงไปหรือไม่ การเรียกเงินเดือนต้องดูราคาตลาด ไม่ใช่เรียกตามใจเรา เพราะนายจ้างก็มีสิทธิ์เลือก คุณกำลังแข่งกับ คนอื่นอยู่

ข้อดีของงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ 1. มีรายได้พิเศษ 2. ได้รับประสบการณ์ที่มีค่า 3. มีความรับผิดชอบมากขึ้น 4. ได้เรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์ต่าง ๆ การทำงานพาร์ทไทม์นั้นจะทำให้คุณได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่บางครั้งการเรียนหนังสืออย่างเดียวไม่สามารถสอนคุณได้ เช่น ทักษะการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าคุณกับเพื่อนร่วมงาน  ทักษะการทำงานเป็นทีม และ Service Mind ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับการทำงาน 5. มีโอกาสในการรู้จักคนมากขึ้น การทำงานพาร์ทไทม์จะทำให้คุณมีสังคมใหม่ ๆ การได้เจอคนอื่น ๆ นอกเหนือจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย จะทำให้คุณเป็นคนที่มีคอนเนคชั่นมากขึ้น คุณอาจจะมีโอกาสได้เจอกับคนที่สามารถเป็นบุคคลอ้างอิงให้กับคุณสำหรับการสมัครงานในอนาคต หรือบางกรณี คุณอาจจะได้งานประจำจากการทำงานพาร์ทไทม์เลยก็ได้ 6. ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับพนักงาน นอกจากเงินค่าจ้างแล้ว บางที่จะมีสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานพาร์ทไทม์ด้วย เช่น การได้ส่วนลดในการซื้อสินค้า อาหาร และใช้บริการต่าง ๆ จากที่ที่เราทำงาน หรือสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล

อย่างไรก็ตามการหางานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ จำเป็ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเช่น สถานที่ และ ความน่าเชื่อถือ เพราะจะเกี่ยวข้องกับการเดินทาง และความสามารถในการเดินทาง ถ้าทำงานพาร์ทไทม์ไกลบ้าน จะต้องตื่นแต่เช้ามากๆ หรืออาจะต้องกลับดึกมาๆ เสียค่าเดินทางเยอะกว่าค่าจ้าง ก็ไม่เหมาะสม ควรลองเลือกงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ใกล้บ้าน ไม่ห่างจากบ้านมาก เดินทางง่าย ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางมาก แบบนี้แม้ว่าอาจต้องกลับค่ำหน่อย ก็ยังสามารถทำงานได้ และไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าเดินทาง ได้เงินเก็บเยอะกว่าเดิม อีกอย่าง ความน่าเชื่อของบริษัท หรือองค์กรที่เราไปทำงานด้วยก็สำคัญ เนื่องจากจะสามารถนำมาใส่โปรไฟล์ตัวเองได้เป็นอย่างดี และการันตีว่าจะไม่เจอประสบการณ์ถูกหลอกไปทำงานไม่ดีด้วย

ระยะเวลาการทำงานการทำงานพาร์ทไทม์ บางที่เป็นกะ คือมีเวลาเข้า-ออกงานเป็นช่วงเวลา บางที่เข้าเช้าออกบ่าย บางที่เข้าบ่ายออกค่ำ บางที่เข้าค่ำๆ ออกเช้า จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพด้วย เพราะถ้าเหนื่อยเกินไปถ้าต้องเข้าค่ำแล้วออกงานเช้า ถึงแม้จะอยากทำงาน แต่ต้องอย่าลืมว่า ในวันธรรมดา ยังต้องมีงานหลัก หรือถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็ต้องไปเรียนหนังสือ สุขภาพที่เสียก็ส่งผลเสียเหมือนกัน อีกอย่าง การทำงานนานๆ ถ้าด้วยวุมิภาวะของเราอาจจะไม่ดีที่ต้องแบกรับภาวะเครียดมาๆ อาจมีผลต่อจิตใจและสมองเราด้วย

การเดินทางไปทำงานตัวคนเดียวเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้วย หากโชคดีหลายคนอาจอยู่ใกล้กับ BTS, MRT, วินมอเตอร์ไซค์ หรือใกล้ป้ายรถเมล์ แต่ทุกการเดินทางมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานในที่ไกล หรือเดินทางลำบาก ยังเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกด้วยนะ อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงและแรงที่เราลงำแทำงานในแต่ละวันด้วยหรือไม่

ค่าตอบแทนงานพาร์ท ไทม์ เสาร์ อาทิตย์ ทั้งเงินและค่าตอบแทนจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องคิดถึงให้มากไม่แพ้ข้อไหนๆ คงไม่มีใครอยากลงแรง ลงทุนเดินทางไปมากๆ แต่ได้ค่าตอบแทนกลับมาน้อยนิดจริงมั้ย จึงควร คำนวณค่าเดินทาง ค่าความความเสี่ยง ค่าอาหาร ฯลฯ บวกลบคูณหารก่อนตัดสินใจเลือกทำงานที่ไหนที่หนึ่ง เพื่อจะได้คุ้มค่ากับงานที่ทำ

ผลกระทบ VS ประโยชน์ต่อตัวเอง ข้อนี้เพราะทุกๆ งานมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ต้องพิจารณาดูว่า เราได้มากกว่าเสียหรือเปล่า หรือถ้าต้องเสียจริงๆ มันคุ้มหรือเปล่า ทุกงานมีประโยชน์กับเราแน่นอนค่ะ อย่างน้อยก็ฝึกความอดทน ฝึกความคิด ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เราเห็นสังคมในมุมอื่นๆ มากขึ้น แต่จะดีแค่ไหนถ้าทำงานแล้วยังช่วยส่งเสริมตัวเรา เข้ากับสิ่งที่เราชอบด้วย เช่น สำหนักนักเรียนที่อยากเข้าเรียนต่อในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ถ้าได้ทำงานกับโรงละครดีๆ ก็เป็นโปรไฟล์ให้เรา หรือถ้าชอบอ่านหนังสือ แล้วได้ทำงานในร้านหนังสือ

ความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำงานอย่างหนึ่งคือความปลอดภัยค่ะ เพราะด้วยปัจจุบันความเสี่ยงอยู่รอบตัว ต้องพิจารณา หลายๆ งานอาจจะรายได้ดีแต่เสี่ยงต่อสุขภาพกาย และจิตใจ เช่น งานในโรงงานที่เสี่ยงกับสารเคมี งานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อร่างกาย หรืองานที่ต้องเจอกับคนมากๆ ที่อาจทำให้ประสาทเสียไปเลยก็ได้

รับพิมพ์ดิจิตอล โรงพิมพ์คุณภาพ กำลังการผลิตสูง

โรงพิมพ์ของเรารับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด รับพิมพ์ดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์คุณภาพที่ได้มาตรฐานของเครื่องพิมพ์ของเรา ทำให้การพิมพ์แบบดิจิตอล Digital Printing นั้นก็คือการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้รับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบดิจิตอลนั้นถึงแม้ว่าจะมีความสะดวกสบายในการพิมพ์ แต่บางทีถ้าเราจะต้องการงานพิมพ์ที่มีคุณภาพและความละเอียดที่สูงนั้น การพิมพ์ในลักษณะแบบนี้นั้นก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการได้ โดยเครื่องปริ้นนั้นก็จะเป็นเครื่องปริ้นที่สามารถตั้งไว้ที่บ้านได้ ไม่มีขนาดใหญ่เท่าไร ซึ่งก็แต่ละรุ่นนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป รับพิมพ์ดิจิตอล เพราะงานพิมพ์แต่ละชนิดที่เราทราบกันนั้นมันก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่การเลือกใช้เครื่องพิมพ์แบบดิจิตอลนั้นแน่นอนถึงแม้ว่าจะมีความสะดวกสบายเป็นอย่างมากนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะตอบสนองต่อความต้องการของใครหลายๆ คนได้ การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ ภาพสวยสีสดคมชัด โรงพิมพ์ดิจิตอล ราคาถูก พิมพ์ดิจิตอล Digital Printing คือ การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ เครื่องปรินเตอร์ที่อยู่ตามบ้านของคนทั่วไป ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้มากและช่วยทำให้ประหยัดเวลา รับพิมพ์ดิจิตอล เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมแม่พิมพ์ ทั้งนี้เพราะหมึกพิมพ์ต้องมีสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากหมึกพิมพ์สำหรับพิมพ์ซิลค์สกรีนทั่วไป เช่น สมบัติแรงตึงผิวของหมึกพิมพ์ เป็นการลงทุนที่ต้องการงบลงทุนสูง  แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศอุตสาหกรรมที่ต้นทุนค่าแรงสูง โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตตามสั่ง สินค้าแฟชั่น ป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่างๆ และสินค้าหรูที่ผลิตในจำนวนจำกัด  สินค้าในลักษณะนี้จำเป็นต้องการการส่งมอบรวดเร็ว

รับพิมพ์ดิจิตอล การเลือกเทคโนโลยีการพิมพ์ทั้งสองรูปแบบนั้นก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณภาพเป็นอย่างมากเลย ระบบการพิมพ์แบบดิจิตอล คือการพิมพ์ที่จะต้องใช้เครื่องพิมพ์เข้ามาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ของเรา ทั้งในเครื่องปริมาณ คุณภาพในการพิมพ์ ระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ท เทคโนโลยีการพิมพ์ของระบบออฟเซ็ทนั้นก็จะเป็นการพิมพ์แบบ 4 สีด้วยกัน โดยก็จะต้องมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เพลตแม่พิมพ์ ดังนั้นถ้าเราจะออกแบบชิ้นงานของเราให้มีความสวยงามและเป็นที่ยอมรับได้นั้นอย่าลืมว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ อย่างไรก็ตามนั้น เครื่องพิมพ์ที่อยู่ตามบ้านนั้น ถ้าเน้นคุณภาพ ซึ่งทำให้ไม่ว่าจะเป็น กระดาษที่มีลวดลาย กระดาษหนา สติ๊กเกอร์ ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม รับพิมพ์ดิจิตอล อย่างไรก็ตามนั้นในทุกวันนี้นั้นเครื่องพิมพ์แบบดิจิตอลนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมากแล้ว แต่ละชนิดนั้นก็จะมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง แต่ทุกวันนี้ระบบการพิมพ์ในบ้านเราก็ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจกันเป็นอย่างดีเลย ถ้าหากต้องการงานที่ปริมาณที่เยอะและดีมีคุณภาพก็คงจะต้องเลือกพิมพ์แบบออฟเซ็ทน่าจะเหมะสมมากกว่า ทุกวันนี้การเลือกใช้เครื่องพิมพ์แบบดิจิตอลนั้นก็ถือเป็นเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลย ที่สำคัญไปกว่านั้นการพิมพ์ต่างๆ ก็สามารถที่จะทำได้หลากหลายด้วย รับพิมพ์ดิจิตอล จะไม่สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการได้นั่นเอง การที่เลือกพิมพ์ในรูปแบบการพิมพ์ที่เป็นดิจิตอลนั้นบางทีก็อย่างที่บอกไป แต่การพิมพ์แบบดิจิตอลเนี่ยแหละก็จะเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เกิดจากการที่กระแสต่างๆ ในทุกวันนี้สื่อดิจิตอลนั้นและอินเตอร์เน็ตก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีทำให้ทุกวันนี้ แต่ราคาของเครื่องพิมพ์แบบออฟเซ็ทนั้นก็มีราคาที่แพงเป็นอย่างมากเลย ทั้งสองรูปแบบนี้นั้นก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจะต้องเลือกให้สามารถที่จะตอบโจทย์กับชิ้นงานของเราให้ได้ด้วย

รับพิมพ์ดิจิตอล นอกจากนี้นั้นการพิมพ์แบบดิจิตอลก็ยังถือเป็นราคาที่พอรับได้ เพราะมันไม่แพงและถูกจนเกินไป มันก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้นสามารถที่จะตอบสนองได้อีกด้วยโดยการพิมพ์แบบดิจิตอลในทุกวันนี้นั้นถ้าเทียบความสวยงามของชิ้นงานทั้งสองระบบ โดยแต่ละชนิดก็อย่างที่เคยบอกไปแหละว่าทุกอย่างมันจะตอบโจทย์กับความต้องการได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ เลยทำให้หลายคนก็มักจะสงสัยอยู่บ่อยครั้งว่าควรเลือกเทคโนโลยีการพิมพ์แบบไหนดี ทุกวันนี้นั้นเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ ในบ้านเรานั้นก็ถือได้ว่ามีการพัฒนาไปเยอะอย่างมากเลย ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ ในบ้านเรา รับพิมพ์ดิจิตอล เทคโนโลยีการพิมพ์แบบดิจิตอลสามารถผสมผสานกลมกลืนเข้ากับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลสามารถแข่งขันกับเครื่องพิมพ์ระบบโรตารีสกรีนได้ ยกเว้นในกรณีที่ออร์เดอร์ที่ได้รับนั้นต้องการส่งมอบทันทีศักยภาพของการพิมพ์ผ้าด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอลในระดับอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพราะถ้าหมึกพิมพ์แห้งตัวเร็วจนเกินไปก็อาจจะทำให้ปลายของท่อส่งหมึกนั้นเกิดการอุดตันเกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดสำหรับการพิมพ์ปรู๊ฟ พิมพ์ภาพศิลปะบนเสื้อผ้า ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอลกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกับวัสดุสิ่งพิมพ์กระดาษ รับพิมพ์ดิจิตอล ก็เป็นการพิมพ์ดิจิตอล แต่ยังไม่สามารถสนองความต้องได้ครบถ้วน ทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ เวลาทีใช้ในการพิมพ์ เทคโนโลยีการพิมพ์ระบบดิจิตอลเป็นวิวัฒนาการ ความต้องการงานพิมพ์ ระบบออฟเซ็ท ที่ผลิตครั้งละมากๆ เครื่องปรินท์ตามบ้าน สามารถปรินท์ได้ แต่ คุณภาพ เวลา ที่ได้อาจทำให้เจ้าของปรินท์เตอร์เกิดความรู้สึกไม่คุ้มค้า ความเร็วที่ยังสู้การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สกรีนทรงกระบอกไม่ได้  แต่มีข้อได้เปรียบถ้าหากนำมาใช้ในการพิมพ์ปรู๊ฟสี

พนักงาน JIG & DIE อาชีพทางเลือกที่น่าสนใจ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ JIG & DIE  ก่อนว่าความหมาย 2 คำนี้คืออะไร คำแรก JIG หมายถึง อุปกรณ์จับยึดและอุปกรณ์กำหนดตำแหน่ง เป็นการใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อการทำงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ ในการจับยึดชิ้นงาน และ DIE คือ แม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์โลหะแม่พิมพ์โลหะ

ดังนั้น พนักงาน JIG & DIE นั้นก็หมายถึง บุคลากร หรือพนักงานที่ทำหน้าที่จะคอยจับยึดชิ้นงานแม่พิมพ์ให้ได้ตามแบบที่งานที่ต้องการ งานประเภทนี้ต้องใช้ความเที่ยงตรงสูง ไม่งั้นงานที่ออกมาอาจบิดเบี้ยว และเสียหายได้ เพราะว่าการทำแม่พิมพ์ในแต่ละครั้งนั้นต้องใช้ทุนในการผลิตที่ค่อนข้างสูง หากพนักงาน JIG & DIE ทำงานที่ออกมาไม่ดีอาจจะส่งผลต่อการขาดทุนของบริษัทได้

วัตถุประสงค์และ ประโยชน์ของ JIG

1.ช่วยลดเวลาการทำงานบางอย่าง หรือยกเลิกการทำงานบางอย่างไปได้ เช่น การวัดตำแหน่ง การมาร์คระบุตำแหน่ง ยิ่งเมื่อชิ้นงานมีจำนวนมาก การทำงานซ้ำๆ ก็จะมากขึ้นตาม ดังนั้นการใช้ JIG จะลดงานทำซ้ำนี้ลงไปได้ และยังสามารถรักษาความถูกต้องของตำแหน่งการทำงานได้เหมือนๆ กันทุกชิ้น

2.ชิ้นงานและ เครื่องมือที่ใช้ทำงานจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่แน่นอน ส่งผลให้ขั้นตอนการหยิบจับชิ้นงาน ขั้นตอนการทำงาน สามารถปฏิบัติได้อย่างอย่างอัตโนมัติ หรือทำได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงช่วยลดรอบเวลาในการทำงานได้

3.ลดความแปรปรวนในการผลิตแบบ Mass production ส่งผลถึงความคงที่ของคุณภาพงาน ส่งผลต่ออัตราของเสียก็จะลดต่ำลงไปด้วย

4.ช่วยลดเวลาในการผลิต เพิ่มกำลังการผลิต และยังสามารถช่วยให้ทำงานโดยใช้มากกว่าหนึ่งเครื่องมือบนชิ้นงานเดียวกันได้ เช่น JIG วางชิ้นงานสำหรับรมดำ อาจสามารถใช้วางชิ้นงานสำหรับชุบซิงค์ได้

5.สภาพการทำงาน เช่นความเร็ว , อัตราการป้อน และความลึก ของการตัด สามารถตั้งค่าให้สูงขึ้นได้ เนื่องมาจากความแข็งแกร่งของการจับยึดชิ้นงาน

DIE สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภทได้ดังนี้

  1. แม่พิมพ์ตัดเฉือน (Shearing Die) ใช้ในการตัดแยกส่วนของแผ่นโลหะออกจากกัน การเรียกแม่พิมพ์ในกลุ่มนี้มักเรียกตามลักษณะของงานที่ต้องการ เช่น แม่พิมพ์ตัดแผ่นเหล่า (Blanking Die) แม่พิมพ์เจาะรู (Piercing Die) แม่พิมพ์ตัดขอบ (Trimming Die) แม่พิมพ์เจาะรูแบบต่อเนื่อง (Perforating Die) แม่พิมพ์บาก (Notching) แม่พิมพ์ตัดแยกส่วน (Parting Die) แม่พิมพ์ตัดซอย (Slitting Die) เป็นต้น
  2. แม่พิมพ์พับขึ้นรูป (Bending Die) แม่พิมพ์ในกลุ่มนี้ใช้สำหรับ ดัดหรือพับแผ่นโลหะ รูปแบบการพับมีหลายลักษณะ เช่น พับแบบแนวพับตรง (Straight Flange) พับแบบแนวพับโค้งเข้า (Stretch Flange) พับแบบแนวพับโค้งออก (Shrink Flange) พับแบบแนวพับที่มีทั้งโค้งเข้าและโค้งออกสลับกัน (Reverse Flange) พับแบบแนวพับต่อกัน (Jogged Flange) พับแบบม้วนขอบ (Curling Die)
  3. แม่พิมพ์ลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing Die) .ใช้สำหรับขึ้นรูปแผ่นโลหะให้เป็นรูปปถ้วย ซึ่งอาจจะเป็นถ้วยกลม เหลี่ยม หรือรูปทรงอื่นๆ
  4. แม่พิมพ์ลากขึ้นรูป (Drawing Die) หมายถึง แม่พิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปชิ้นงานให้มีรูปร่างโค้งเว้า (Contour) ที่ค่อนข้างลึก
  5. แม่พิมพ์ขึ้นรูป (Forming Die) หมายถึง แม่พิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปที่ไม่มีการจับยึดที่ขอบก่อนการขึ้นรูป แต่เป็นการจับยึดชิ้นงานเริ่มต้นตรงส่วนที่ประกบอยู่กับหน้าสัมผัสของพันช์ เรียกว่า Pressure Pad หรืออาจเรียกว่าเป็นแผ่นจับชิ้นงานก็ได้
  6. แม่พิมพ์เฉพาะงานอื่นๆ (Miscellaneous Die) เช่น แม่พิมพ์ปั๊มลาย (Embossing Die) แม่พิมพ์ปั๊มเหรียญ (Coining Die) แม่พิมพ์สำหรับลบรอยเยินหรือลบคม (Burnishing Die) แม่พิมพ์กดย้ำ (Restriking Die) แม่พิมพ์สำหรับปรับขนาด (Sizing Die) เป็นต้น

พนักงาน JIG & DIE นั้นมีความสำคัญต่อบริษัทแม่พิมพ์โลหะอยากมาก ในตลาดแรงงาน เพราะพนักงาน JIG & DIE ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญอันหนึ่งของกระบวนการผลิต งาน Part Products เนื่องจากชิ้นงานที่ได้ และนำมาประกอบกันนั้นจะต้องได้ตาม Spec 100% ทุกชิ้นงาน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีพนักงาน JIG & DIE ในการควบคุมดูแล

ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร อยากเป็นช่างต้องเตรียมตัวอย่างไร

ปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและนับวันผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ จึงเป็นสิ่งจําเป็นในการปฏิบัติงานของสถานประกอบการ หรือโรงงานอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของการบริหารจัดการการตรวจสอบ ตลอดจนการควบคุมกระบวนการผลิตต่างๆ ในโรงงาน ซึ่งการทํางานของระบบคอมพิวเตอร์มีการทํางานซับซ้อน เพื่อให้การดําเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือมีการดําเนินการที่ต่อเนื่อง จําเป็นต้องอาศัยช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ดําเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ตรวจสอบ แก้ไขปัญหา และดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ให้สามารถทํางานได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นอาชีพนี้จึงยังเป็นอาชีพที่ตลาดแรงงานยังคงมีความต้องการอยู่ในระดับสูง
ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภททำงานร่วมกัน โดยมีคำสั่งหรือที่เรียกว่าโปรแกรมเป็นตัวสั่งการให้อุปกรณ์เหล่านั้นทำงานได้ตามที่มนุษย์ต้องการ ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงระบบคอมพิวเตอร์สิ่งสำคัญของระบบจึงได้แก่ ฮาร์ดแวร์(hardware) ซอฟต์แวร์(software) และบุคลากร(Peopleware) นั่นคือ เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ส่วนประกอบ โครงสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สนับสนุนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มนุษย์สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ หน้าที่ของฮาร์ดแวร์ก็คือ ทำงานตามคำสั่งควบคุมการทำงานต่างๆ ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แบ่งออกเป็นส่วนประกอบดังนี้


1. หน่วยรับข้อมูล (Input unit) เป็นอุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่รับโปรแกรมและข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รับเข้าที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ คือ แป้นพิมพ์ ( Keyboard ) และเมาส์ ( Mouse) นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รับเข้าอื่น ๆ อีก ได้แก่ สแกนเนอร์ ( Scanner) วีดีโอคาเมรา (Video Camera) ไมโครโฟน (Microphone) ทัชสกรีน (Touch screen), แทร็คบอล (Trackball), ดิจิตเซอร์ เทเบิ้ล แอนด์ ครอสแชร์ (Digiter tablet and crosshair)
2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรือเรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า CPU ซึ่งถือว่าเป็นสมองของระบบคอมพิวเตอร์

3. หน่วยความจำภายใน (Primary Storage Section หรือ Memory) เป็นหน่วยความจำที่อยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถติดต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ

ซอฟแวร์ (Software) คือ คำสั่ง หรือชุดคำสั่ง ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์) สามารถสื่อสารกันได้ ทั้งนี้อาจแบ่งซอฟต์แวร์ตามหน้าที่ของการทำงานได้ดังนี้
1. โปรแกรมจัดระบบ (System Software) คือ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ เป็นสื่อกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ ได้แก่ โปรแกรมควบคุมเครื่อง ระบบปฏิบัติการ เช่น DOS, Windows, Os/2, Unix
2. โปรแกรม์ประยุกต์ (Application Software) คือ ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ได้แก่ โปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ
– โปรแกรมจัดระบบฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access Oracle
– โปรแกรมพิมพ์เอกสาร เช่น Microsoft Word
– โปรแกรมสร้าง Presentation เช่น Microsoft Power Point
– โปรแกรมช่วยสอน (CAI – Computer Aids Intrruction )
– โปรแกรมคำนวณ เช่น Microsoft Excel
3. โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้เครื่องมีในการช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความคล่องตัวขึ้น และสามารถแก้ปัญหาอันเกิดจากการใช้งานได้ เช่น
– โปรแกรมกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ เช่น Mcafee, Scan, Norton Anitivirus
– โปรแกรมที่ใช้บีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สามารถคัดลอกไปใช้ได้สะดวก เช่น Winzip เป็นต้น
4. โปรแกรมแปลงภาษา (Language Translater) ใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์เพื่อนำไปใช้งานด้านต่างๆ โดยการเขียนชุดคำสั่งเพื่อควบคุมให้คอมพิวเตอร์ทำงาน และใช้โปรแกรมแปลงภาษาดังกล่าวทำหน้าที่แปลงชุดคำสั่งที่สร้างขึ้น (High Level Language) ให้ไปเป็นคำสั่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจและปฏิบัติตามได้ (Low Level Language)
พีเพิลแวร์ (People Ware) หรือผู้ใช้ระบบ ในระบบคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นส่วนหนึ่งที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์จากการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ด้วยเหตุที่ว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างชุดคำสั่งหรือโปรแกรมขึ้นมาเพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องนั่นเอง ดังนั้นอาชีพช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ
จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นได้ว่า ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหลายส่วนเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ดังนั้น จึงต้องมีช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ดูแลและแก้ไข ทั้ง ซอร์ฟแวร์ และ ฮาร์ดแวร์ คือ ลง Windows และ Programs ให้ตามความต้องการของลูกค้า ซ่อมและแก้ไขปัญหาเรื่องของ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ให้ใช้งานได้ปกติ และช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ต้องคอยเข้าไปดูแลลูกค้าเสมอ เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเวลาอธิบาย โครงสร้าง ระบบ และความต้องการ อีกทั้งช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ต้องเป็นคนให้ความสำคัญในเรื่องของเวลาที่ลูกค้าจะได้รับการบริการเป็นอย่างมากในกรณีที่เกิดปัญหาเร่งด่วน เช่น Server Down หรือ Network ล่มและปัญหาที่วิกฤต ฯลฯ และแก้ไขปัญหาทั่วไป เช่น ต้องการลง Programs เข้า Website ไม่ได้ สั่ง Print ไม่ได้ ฯลฯ
รายละเอียดงานของช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์
• ดูแลและซ่อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
• ติดตั้งซอฟต์แวร์ และดูแลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
• ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเรียกใช้บริการและไม่มีการเก็บค่าบริการเพิ่ม
• เซ็ตอัพระบบ Server และ Network ตามที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า
• เข้าบริการลูกค้าในกรณีฉุกเฉิน 3 – 6 ชั่วโมง
• เข้าบริการลูกค้าในกรณีปัญหาทั่วไปใน 24 ชั่วโมง
• เข้าตรวจเช็คเครื่อง
• ทำการสำรองข้อมูลและ E- Mail ก่อนทำการซ่อมแซมระบบ
• ทำระบบจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยให้ฟรี
• มีเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม
• ให้คำปรึกษาในการปรับปรุงระบบงานโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
• ลูกค้าที่ใช้บริการ Maintenance ทางไฮเน็ตจะวางระบบให้
• สร้างเครือข่าย และวางระบบ Network Geteway Firewall
• สร้างระบบเชื่อมต่อ ( VPN )ระหว่างสำนักงานใหญ่ ไปที่สาขาหรือโรงงาน
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์
– สําเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาคอมพิวเตอร์ ช่างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ต้องเป็นผู้มนุษยสัมพันธ์ดี ทํางานเป็นทีมได้ มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ร่างกายแข็งแรง ละเอียดรอบคอบ คล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจในตนเองสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร และมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ วินัย และเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในเวลาการทำงาน

การขาดแคลนช่างเชื่อมในประเทศไทย

ช่าง หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในงานช่าง และงานช่างหมายถึง สิ่งที่เป็นผลผลิตที่เกิดจากการทำงานของช่างโดยงานช่างแบ่งออกได้เป็นหลายสาขา เช่น ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างโลหะ ช่างยนต์ ช่างประปา ช่างโทรศัพท์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์

การเชื่อม (Welding) เป็นกระบวนการที่ใช้สำหรับต่อวัสดุ ส่วนใหญ่เป็นโลหะและเทอร์โมพลาสติก โดยให้รวมตัวเข้าด้วยกัน ปกติใช้วิธีทำให้ชิ้นงานหลอมละลาย และการเพิ่มเนื้อโลหะเติมลงในบ่อหลอมละลายของวัสดุที่หลอมเหลว เมื่อเย็นตัวรอยต่อจะมีความแข็งแรง บางครั้งใช้แรงดันร่วมกับความร้อน หรืออย่างเดียว เพื่อให้เกิดรอยเชื่อม ซึ่งแตกต่างกับการบัดกรีอ่อน และการบัดกรีแข็ง ซึ่งไม่มีการหลอมละลายของชิ้นงาน มีแหล่งพลังงานหลายอย่างสำหรับนำมาใช้ในการเชื่อม เช่น การใช้เปลวไฟแก๊สอ็อกซิเจน, การอาร์กโดยใช้กระแสไฟฟ้า, ลำแสงเลเซอร์, การใช้อิเล็คตรอนบีม, การเสียดสี, การใช้คลื่นเสียง เป็นต้น ในอุตสาหกรรมมีการเชื่อมในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่นการเชื่อมในพื้นที่โล่ง, พื้นที่อับอากาศ, การเชื่อมใต้น้ำ, การเชื่อมในพื้นที่อันตราย เช่น ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่, ภายในโรงงานผลิตสารเคมี และวัตถุไวไฟ การเชื่อมมีอันตรายเกิดขึ้นได้ง่าย จึงควรมีความระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตราย เช่น เกิดจากกระแสไฟฟ้า, ความร้อน, สะเก็ดไฟ, ควันเชื่อม, แก๊สพิษ, รังสีอาร์ค, ชิ้นงานร้อน, ฝุ่นละออง

ปัจจุบัน งานช่างเชื่อม Welding เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ไม่มีคนอยากเรียน เปิดรับ 40 คน มีคนมาสมัครเรียนแค่ 8 คน เพราะเป็นสาขาที่เรียนหนัก พอจบออกไปก็ต้องทำงานกลางแจ้ง บางคนมองว่า เรียนหนัก งานก็หนักตามไปด้วย ผู้ปกครองหลายคนก็ไม่นิยมส่งลูกเรียนสาขานี้ ทั้งๆ ที่จบออกไปมีงานทำและมีรายได้ดีอย่างแน่นอน เพราะเป็นสาขาขาดแคลน ที่สำคัญตลาดยังต้องการอีกมาก

ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ได้กล่าวเอาไว้ว่า ทั่วประเทศมีข้อมูลว่าตลาดมีความต้องการช่างเชื่อม Welding ถึง 3 แสนคน แต่กำลังผลิตทั่วประเทศมีเพียง 2 หมื่นคนเท่านั้น สาขาวิชานี้จึงขาดแคลน เพราะการก่อสร้างและอุตสาหกรรมเกือบทุกชนิดล้วนต้องการช่างเชื่อม Welding เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างทุกวันนี้ใช้เหล็กเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่ช่างเชื่อมที่ขาดแคลน ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ก็ขาดแคลน เพราะนักเรียนนิยมเรียนช่างยนต์และช่างไฟฟ้ามากกว่า

วิธีการแก้ไขปัญหานี้คือภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ทำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครองถึงโอกาสความก้าวหน้าและรายได้ของผู้ที่เรียนช่างเชื่อม Welding ที่สำคัญสถานศึกษาต้องร่วมกับภาคเอกชนทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ หลากหลายเวทีเพื่อทักษะและประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปก็พร้อมทำงานได้ทันที

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่างานเชื่อมเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง ดังนั้น การจะเป็นช่างเชื่อมได้ต้องเป็นคนที่เรียนมาเฉพาะสาขา นั่นก็คือสาขาวิชาการเชื่อม

คุณสมบัติของศึกษาสาขาวิชา

1.ชื่นชอบงานเชื่อมโลหะและงานเชื่อมต่าง ๆ 2. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ 3. มีสายตาดี  4. มีความละเอียดรอบคอบ  5. มีความขยันหมั่นเพียร  6. มีความอดทนสูง  7. อื่น ๆ

แม้ว่าคุณสมบัติของการเรียนต่อช่างเชื่อม Welding อาจจะมีไม่มากนักแต่ วิชาช่างเชื่อม Welding ในระดับอาชีวะศึกษากำลังค่อยๆ สูญหายไปจากประเทศไทย เพราะนักศึกษาสนใจเข้าเรียนในวิชาชีพนี้น้อยลงเรื่อยๆ บางวิทยาลัยถึงกับปิดสาขา เปลี่ยนชื่อสาขาวิชา ถ้าไม่มีนักศึกษาก็ปล่อยให้ Welding Shop ร้างไป

แนวทางการศึกษาในระดับสูง

  1. ปวช. สาขาช่างเชื่อม ปวส. สาขาช่างช่างเชื่อม  3. ปริญญาตรี/ คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสาขางานเชื่อม / สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ / ครุศาสตร์เกี่ยวกับการสอนสายอาชีพ และสายอื่น ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปสมัครเรียน  4. ปริญญาโท  5. ปริญญาเอก

ทัศนคติความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่ที่นิยมให้ลูกหลานต้องเรียนจบปริญญาตรีถึงจะประสบความสำเร็จมีหน้าที่การงานที่ดี  และเชื่อว่าเส้นทางเดินของการศึกษาต่อสาขาช่างเชื่อม Welding  อาจจะแคบ ไม่สามารถเรียนให้จบปริญญาตรีได้ ส่งผลต่อตลาดแรงงานช่างเชื่อมมาก ซึ่งในความเป็นจริงงานเชื่อมนั้นสามารถทำกันจนถึงระดับปริญญาเอก ความเชื่อให้ลูกหลานเรียนจนจบปริญญาตรีนี้ไม่ได้ส่งผลต่อสาขาวิชาช่างเชื่อม Welding อย่างเดียว แต่ส่งผลถึงทุกสาขาอาชีวะเลย  เมื่อเรียนอาชีวะจบหลักสูตร กลุ่มที่ได้เกรดการเรียนดีๆ ก็จะสามารถเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้ ส่วนกลุ่มนักเรียนที่เรียนต่อไม่ไหวหรืออยากทำงานไปก่อนจะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ส่วนรายได้ของช่างเชื่อม Welding นั้น จะได้ค่อนข้างดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนบริษัทนั้นๆ ด้วยว่าจะให้ฐานเงินเดือนเท่าไหร่และโอทีต่อชั่วโมงเท่าไหร่ แต่โดยส่วนมากฐานเงินเดือนก็จะอยู่ประมาณ 15,000 บาท ไม่รวมโอที ดังนั้น ถ้ารวมโอทีด้วยรายได้ต่อเดือนอาจจะถึง 30,000บาท แต่ในงานเชื่อมบางงานที่ต้องใช้ฝีมือสูงอาจจะไม่ได้ได้ค่าจ้างเป็นเดือน แต่ได้เป็นชิ้นๆ ไป  แต่หากช่างเชื่อมที่ได้เข้าไปทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ฐานเงินเดือนก็จะต่างจากนี้มาก  และหากได้รับโอกาสไปเป็นช่างเชื่อมที่ต่างประเทศเงินเดือนอาจจะถึงหลักแสนด้วยซ้ำ

อันตรายจากงานเชื่อม

งานเชื่อมแม้จะเป็นงานที่รายได้ดี แต่คนส่วนใหญ่ก็กลัวอันตรายจากควันเชื่อม เนื่องจากมีความเสี่ยงจะมีปัญหาโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรง ระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์ บางงานวิจัยยังกล่าวอีกว่าควันจากงานเชื่อมอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งปอดและทำลายระบบประสาทเนื่องจากควันเชื่อม มีนิกเกิ้ล โครเมียมและแมงกานีสผสมอยู่ ดังนั้นช่างเชื่อม Welding ต้องมีความเคร่งครัดในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันควันจากการเชื่อมด้วย